กล้องวงจรปิด ละเมิดสิทธิหรือป้องกันเหตุร้าย มีประเด็นเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดเกิดขึ้นในเมืองลานคาสเตอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ของสหรัฐอเมริกา ที่นี่มีความเข้มงวดเรื่องของความปลอดภัยมีกล้องวงจรปิดจำนวนถึง 165 ตัวที่คอยสอดส่องดูแลประชากรทั้ง54,000 คน ตลอด 24 ชั่วโมง และจากผลของการติดตั้งกล้องทำให้เมืองแห่งนี้มีอัตราการเกิดอาชญากรรมค่อนข้างต่ำ โดยเมื่อปีที่แล้ว (2008) มีคดีฆาตกรรมแค่ 3 รายเท่านั้น ขณะที่ยอดคดีทะเลาะวิวาทมี 492 ครั้ง และมีการนำหลักฐานวิดีโอเทปมาเพื่อนำไปเป็นหลักฐาน 305 ครั้ง บทสรุปของเมืองแห่งนี้คือสามารถลดอาชญากรรมลงได้อย่างชัดเจน แต่ก็เกิดประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องก็คือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเพราะมีนักวิจัยบางรายตั้งข้อสงสัยว่าระบบกล้องวงจรปิดช่วยลดอาชญากรรมได้มาน้อยแค่ไหน โดยจากการวิจัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขนเบิร์กลีย์ เมื่อต้นปี 2009 พบว่ากล้องวงจรปิดไม่ช่วยลดจำนวนคดีฆาตกรรมในนครซานฟรานซิสโก แต่ช่วยลดคดีย่องเบาและลักทรัพย์ได้ ต้องบอกว่าเรื่องของกล้องวงจรปิด และการละเมิดสิทธิหรือป้องกันเหตุร้ายนั่น หากจะพิจารณาแล้วคงจะแยกกันไม่ออกเพราะเมื่อมีความกลัวว่าจะมีภัยคุกคามผู้คนก็เต็มใจละทิ้งสิทธิของตัวเอง จนบางครั้งดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรือนจำแบบไม่มีหลังคาก็เป็นได้ สำหรับประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้น น่าจะเป็นการรักษาความปลอดภัยมากกว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะทุกวันนี้คดีอาชญากรรมต่างๆ มีมากขึ้น หากไม่มีการป้องกันหรือดูแลพลเมืองผู้อาศัยแล้วจะมีประโยชน์อะไรหากมั่วกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิ คุณว่าจริงไหม?