DVR กล้องวงจรปิด

DVR กล้องวงจรปิด และเครือข่ายการสื่อสาร

DVR กล้องวงจรปิด และเครือข่ายการสื่อสาร

การใช้ข้อมูลร่วมกันในองค์กรเป็นสิ่งที่ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้ย่อมต้องพึ่งพาข้อมูลตลอดเวลา    การพัฒนาระบบเครือข่ายในการส่งข้อมูลหรือเรียกว่า  เครือข่ายการสื่อสารถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานมีความรวดเร็ว  ถูกต้อง  และคล่องตัวสูง  และเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจภาพรวมของระบบการสื่อสารข้อมูล   หน้าที่ของเครือข่ายการสื่อสาร  ประกอบไปด้วยองค์ประกอบเพื่อการสื่อสารข้อมูลและภาพรวมของการบริการที่หลากหลายในปัจจุบัน  รวมทั้งแนวคิดพื้นฐานในการออกแบบเครือข่ายการสื่อสารเพื่อให้ได้มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นในเรื่องของหน้าที่การทำงานและทอพอโลยีเครือข่ายในรูปแบบต่าง  ๆ  รวมถึงวงจรการสื่อสารเบื้องต้น

                การสื่อสาร  (Communication)       การที่ยอมให้ข้อมูลสารสนเทศถูกส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หรือจากผู้ส่งไปยังผู้รับ

                การสื่อสารทางไกล  (Telecommunication)      การสื่อสารที่มีการส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งที่อยู่ไกลมากด้วยการใช้กระแสไฟฟ้า  หรือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า    ในอดีตจะใช้สายเคเบิลเป็นตัวเชื่อมต่อแต่ในปัจจุบันจะถูกแทนที่ด้วยการใช้ระบบดาวเทียมหรือระบบการสื่อสารแบบไร้สาย

                เครือข่าย  (Network)      วัตถุที่มีการเชื่อมต่อกันภายใต้เงื่อนไขหรือกลไกอย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น  เครือข่ายโทรศัพท์  เครือข่ายโทรทัศน์   เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์  เป็นต้น

                ในปัจจุบันการใช้คำจำกัดความทั้งสามคำนี้ใช้กันอย่างกว้างขวาง    และเพื่อเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ว่าเครือข่ายที่เราจะพูดต่อไปนี้เป็นเครือข่ายเพื่อการสื่อสารข้อมูล

เครือข่ายการสื่อสารและการบริการ

หน้าที่หลักของเครือข่ายการสื่อสาร    คือ  การส่งข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหนึ่งไปอีกแหล่งหนึ่ง   ไม่ว่าการส่งข้อมูลนั้นจะเกิดขึ้นด้วยวิธีใดก็ตาม   เราเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า  การสื่อสารข้อมูล  (Data communication)    ซึ่งในอดีตการส่งข้อมูลเราจะใช้พนักงานเดินเอกสารซึ่งมีความล่าช้าและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย  ทำให้การทำงานไม่มีความคล่องตัว    การพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีอย่างรวดเร็งในระยะที่ผ่านมาส่งผลให้รูปแบบของการสื่อสารข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงการส่งข้อมูลโดยการส่งผ่านเครือข่ายสื่อสารและเรียกว่า  ระบบการสื่อสารข้อมูล  (Data  communication system)   ซึ่งระบบนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบเครือข่ายการสื่อสารดังนี้

องค์ประกอบในการสื่อสารข้อมูล การสื่อสารข้อมูลจะเกิดเมื่อระบบสื่อสารบนเครือข่ายการสื่อสารประกอบด้วยองค์ประกอบ  5  ส่วน  ดังนี้

  1. ผู้ต้องการส่งข้อมูล      หมายถึง   เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการส่งข้อมูล
  2. ผู้ต้องการรับข้อมูล      หมายถึง   เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูล
  3. ข้อความที่ต้องการส่ง   หมายถึง  ข้อมูลต่าง  ๆ  ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทางต้องการส่งไปยังเครื่องปลายทาง
  4. โพรโทคอลที่ใช้ในการส่งเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทางและปลายทางรับรู้ข้อมูลได้ถูกต้อง
  5. สื่อนำข้อมูล      หมายถึง   สื่อหรือตัวกลางที่นำสัญญาณข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต้นทางไปสู่ปลายทาง

การบริการบนเครื่อข่ายการสื่อสาร

ในปัจจุบันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่หลากหลายของการใช้งาน   และซอฟต์แวร์เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์เหล่านั้น  ดังตัวอย่างของการบริการ  ดังนี้

                  จดหมายอิเล็กทรอนิกส์  (electronic mail)    หรือเรียกว่า  อีเมล  (e-mail)     เป็นการบริการที่ช่วยให้เราสามารถส่งข่าวสารแก่กันได้    โดยการส่งจดหมายสามารถส่งได้ในลักษณะหนึ่งต่อหนึ่ง  หรือส่งเป็นกลุ่มก็ได้   การทำงานและการบริการของระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ยังมีการควบคุมการใช้งานโดยผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของจดหมายไม่สามารถดูข้อความในจดหมายได้  และความสามารถอีกอย่าง  คือ  การส่งแฟ้มข้อมูลแนบไปกับจดหมายสู่ผู้รับปลายทางได้    ปัจจุบันการเรียกใช้หรือการดูจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เราสามารถเรียกดูได้  2  แบบ  คือ  ผ่านโปรแกรมอ่านจดหมายนี้โดยเฉพาะ  และการอ่านผ่านระบบเครือข่ายเว็บ  เป็นต้น

                 การให้บริการบนเครือข่ายการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่งคือการกระจายข่าววิทยุ  และ  โทรทัศน์   จะต้องมีการจัดตั้งสถานีกระจายข่าวสู่ช่องทางการสื่อสารด้วรความถี่จำเพาะ   ผู้รับสามารถปรับคลื่นความถี่เพื่อรับข่าวสารแต่ละช่องได้ด้วยตนเอง   และการบริการเคเบิลทีวีก็จัดเป็นการกระจายสัญญาณโทรทัศน์สู่ผู้รับบริการตามบ้าน  ต้องมีการติดตั้งเครื่องรับสัญญาณที่ส่งมาจากสถานีต้นทาง

การบริการทางด้านโทรศัพท์ถือเป็นรูปแบบการบริการการสื่อสารแบบดั้งเดิมที่มีมาเป็นเวลานานบนเครือข่ายการสื่อสาร   เป็นลักษณะของการเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือได้ว่าผู้รับสายทั้งสองด้านสามารถคุยกันได้เราเรียกลักษณะการเชื่อมต่อนี้ว่าการเชื่อมต่อแบบกำหนดการเชื่อมต่อ  (connection-oriented)    การเชื่อมต่อนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เชื่อมต่อทั้งสองต้องมีข้อตกลงในการเชื่อมต่อร่วมกันเสียก่อน

                การให้บริการโทรศัพท์แบบรังผึ้ง  (cellular telephone service)     การให้บริการของโทรศัพท์รูปแบบใหม่ที่พัฒนามาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นแต่ช่องสัญญาณการสื่อสารมีไม่เพียงพอ   เทคนิคที่ยินยอมให้ผู้ใช้หลายคนสามารถใช้คลื่นความถี่เดียวกันเพื่อส่งเสียงตามช่องสัญญาณการสื่อสารนั้นเรียกว่า  การใช้รังผึ้ง  (cellular)เทคโนโลยีของการใช้ระบบโทรศัพท์นี้เรียกว่า  โทรศัพท์แบบรังผึ้ง  (cellular telephone)   และมีการพัฒนาการใช้งานอย่างกว้างขวางในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่  หรือโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน     พื้นที่การให้บริการของโทรศัพท์ลักษณะนี้จะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนย่อยเล็ก  ๆ  เรียกว่า เซลล์แต่ละเซลล์ภายในประกอบด้วยเสารับ – ส่งคลื่นมีการควบคุมจากสถานีขนาดย่อมเรียกว่า  สถานีฐาน  (base station)  นิยมเรียก บีเอส (BS)  และสถานีเคลื่อนที่ (mobile station) เรียกว่า เอ็มเอส (MS)  แต่ละสถานีกลางจะถูกควบคุมโดนสำนักงานหลักที่ทำหน้าที่สลับเซลล์  เรียกว่า  ศูนย์สลับสัญญาณเคลื่อนที่  (mobile  service switching center)  หรือเรียกว่า  เอ็มเอสซี  (MSC)  เชื่อมต่อกับเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะแบบสัญญาณ  (Public Switched Telephone Network)  เรียกย่อ ๆ  ว่า  พีเอสทีเอ็น (PSTN)  ทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยังโทรศัพท์ตามบ้าน

ในปัจจุบันยังมีเครือข่ายการบริการอีกประเภทหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วก็คือ  เครือข่ายเว็บ  มีลักษณะการทำงานแบบลูกข่าย/แม่ข่าย  (client server)  คือผู้รับบริการหรือผู้เรียกดูหน้าเว็บ (web page)  จะทำงานที่เครื่องลูกข่าย   ส่งตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต  (universal Resource Locator)   เรียกว่า  ยูอาร์แอล (URL)    ที่ต้องการไปสู่เครือข่ายการสื่อสาร  ตำแหน่งของเว็บจะถูกส่งไปกำหนดเลขที่อยู่ที่ระบบชื่อโดเมน  (Domain System) เรียกว่า  ดีเอ็นเอส  (DNS)  

เพื่อกำหนดตำแหน่งที่แน่ชัดของเว็บ    การเรียกใช้หน้าเว็บจากเครื่องแม่ข่ายก็จะเกิดขึ้นโดยคำร้องขอจะถูกส่งไปยังเครื่องแม่ข่ายเพื่อเรียกแฟ้มหน้าเว็บและข้อมูลที่เกี่ยวข้องส่งกลับไปยังเครื่องลูกข่าย   การทำงานที่เกิดขึ้นของกระบวนการใช้การเชื่อมต่อด้วยโพรโทคอลเอชทีทีพี (HPPT)  ที่มีการสร้างการเชื่อมต่อด้วยโพรโทคอลทีซีพี  (TCP)อีกระดับหนึ่ง

การบริการวีดิทัศน์ตามอุปสงค์  (video on demand)   เป็นรูปแบบการบริการที่สนับสนุนให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้ข้อมูลประเภทวีดิทัศน์ได้จากห้องสมุด   การส่งข้อมูลที่เกิดขึ้นเป็นการส่งแบบสายเฟรมข้อมูลต่อเนื่องด้วยความเร็วคงที่  และความหน่วงน้อย  คุณภาพการสื่อสารที่เกิดขึ้นอยู่กับสภาวะการเชื่อมต่อในขณะนั้น   การเรียกดูวิดีทัศน์จะไม่สามารถทำได้อย่างราบรื่นด้วยความหน่วงสูงภาพที่รับในเฟรมต่อมามีความหน่วงทำให้ไม่เกิดความต่อเนื่องของภาพที่รับชม  ลักษณะการบริการนี้ไม่เรียกว่ามีการตอบสนองการบริการระบบเวลาจริง  (real time)

ประสิทธิภาพของเครือข่ายการสื่อสาร

ประสิทธิภาพ  (performance)    ระบบเครือข่ายหนึ่ง  ๆ  จะวัดได้จากตัวแปรต่าง  ๆ  หลายตัวแปร  เช่น

  1. ค่าความหน่วง  (delay)      เกิดขึ้นในการส่งข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต้นทางไปยังปลายทางประสิทธิภาพหรือคุณภาพของระบบเครือข่ายจะดีเมื่อค่านี้มีค่าต่ำ   หมายความว่าข้อมูลสามารถเดินทางจากแหล่งข้อมูลต้นทางไปสู่แหล่งข้อมูลปลายทางได้อย่างรวดเร็ว  หากค่าสูง  แสดงว่าสภาวะการสื่อสารมีความหนาแน่น  และกลุ่มข้อมูลต้องใช้ระยะเวลานานในการเดินทางไปถึงปลายทาง
  2. ค่าเวลาเดินทางของข้อมูลครบหนึ่งรอบ (Round-Trip Time)  เรียกย่อ อาร์ทีที (RTT)   วัดจากเวลาเริ่มส่งข้อมูลจนถึงได้ข้อมูลตอบกลับที่ต้องการจากแหล่งข้อมูลปลายทาง  หากค่านี้มีสูงแสดงว่าสภาวะเครือข่ายหนาแน่น
  3. จำนวนบิตที่สามารถส่งออกจากแหล่งข้อมูลต้นทางสู่สื่อในการสื่อสารต่อวินาที  หรือประมาณงาน (throughput)  หกค่านี้มีสูง  แสดงว่าสภาวะเครือข่ายมีความคล่องตัวดี
  4. ค่าความแปรปรวนของค่าความหน่วงในช่วงเวลาหนึ่ง  ๆ  หรือค่าการไหว  เรียกว่าจิตเตอร์  (jitter)   เป็นค่าที่วัดจากการนำค่าความหน่วงในหนึ่งช่วงเวลามาหาค่าความแปรปรวน   หากค่านี้มีค่าที่สูงแสดงว่าสภาวะการสื่อสารข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงเวลานั้น  ๆ  แต่หากค่าจิตเตอร์มีค่าน้อยแสดงว่าสภาวะความคล่องตัวในการสื่อสารมีสม่ำเสมอ

Related link :กล้องวงจรปิดราคาถูกที่สุด กับลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (Software Copyright)

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *