กล้องวงจรปิดราคาเท่าไร

กล้องวงจรปิดราคาเท่าไร และโพรโทคอลคืออะไร

กล้องวงจรปิดราคาเท่าไร และโพรโทคอลคืออะไร

โพรโทคอลประยุกต์จากทีซีพี / ไอพี

ในชั้นการประยุกต์การทำงานนั้นได้มีการพัฒนาโพรโทคอลเพื่อเพิ่มความสามารถในการสื่อสารข้อมูลหลากหลายโพรโทคอลจะมีการทำงานที่ต้องพึ่งพาหรือมีการพัฒนาจากพื้นฐานการทำงานของโพรโทคอลทีซีพี / ไอพี  
กล้องวงจรปิดราคาเท่าไร และโพรโทคอลคืออะไร ในปัจจุบันมีโพรโทคอลมาตรฐานที่ใช้อยู่ดังนี้

เอชทีทีพี  (HTTP)

โพรโทคอลพื้นฐานในชั้นการประยุกต์เรียกว่าเป็นโพรโทคอลหลักในการทำงานบนระบบเครือข่ายเว็บมีความสามารถในการทำงานแบบระบบรับ-ให้บริการได้อีกด้วยแม้ชื่อของโพรโทคอลเหมื่อโพรโทคอลที่ใช้ส่งข้อมูลชนิดข้อความหลายมิติเท่านั้น   แต่ในความสามารถที่แท้จริงโพรโทคอลนี้สามารถส่งข้อมูลที่เป็นชนิดภาพและเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โพรโทคอลเอชทีทีพีที่มีลักษณะที่ให้ความสำคัญต่อรายการเปลี่ยนแปลงบนระบบรับและให้บริการ   

การใช้โพรโทคอลนี้จะใช้กับโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์และกับเครื่องบริการเว็บ     การทำงานของโพรโทคอลเอชทีทีพีจะมีสถานะอิสระหรือไร้สถานะ  ทุก  ๆ รายการเปลี่ยนแปลงที่ส่งบนเครือข่ายจะได้รับการจัดการที่แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง 

                    การทำงานที่เกิดขึ้นบนระบบลูกข่าย   โปรแกรมลูกข่ายจะส่งคำร้องด้วยโพรโทคอลทีซีพีไปยังเครื่องบริการเว็บ   การส่งจะมีการระบุช่องทางการเชื่อมต่อ  หรือพอร์ต  เป็นหมายเลขมาตรฐาน   เมื่เครื่องบริการเว็บได้รับคำร้องจากระบบลูกข่ายจะส่งข้อความแสดงสถานะการเชื่อมต่อเป็นการระบุว่าการเชื่อมต่อเรียบร้อยหรือเกิดความผิดพลาดขึ้น    

การทำงานด้วยโพรโทคอลนี้จะมีประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลหลายมิติได้เป็นอย่างดี   การส่งข้อมูลด้วยโพรโทคอลมีความล่าช้าเมื่อข้อมูลที่ส่งเป็นประเภทภาพและเสียง  การส่งข้อมูลด้วยโพรโทคอลมีการพัฒนาหลายรุ่นเพื่อให้การส่งข้อมูลมีความหลากหลายและเกิดความรวดเร็วขึ้น  

การพัฒนารูปแบบการเชื่อมต่อและการส่งข้อมูลของโพรโทคอลในหลากหลายแบบ  แต่ในที่สุดจากการทดสอบของเฮนริก  ปรายสไตค เนลเชน  พบว่าความเร็วของการทำงานขึ้นกับลักษณะของข้อมูลที่มีการเรียกใช้และสภาวะการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมากกว่ารูปแบบการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นจากการทำงานของโพรโทคอล

เอฟทีพี  (FTP)

โพรโทคอลที่ได้รับการพัฒนาเพื่อการส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างระบบข้อมูลที่อยู่บนระบบเครือขายสองระบบด้วยคำสั่ง  ftp   ข้อมูลที่ส่งสามารถจัดเก็บได้ในรูปของแฟ้มรหัสฐานสองหรือแฟ้มข้อมูลอักขระ   โพรโทคอลจะสนับสนุนการควบคุมการเข้าถึงแฟ้มข้อมูลของผู้ใช้ได้เมื่อผู้ใช้ต้องการโอนแฟ้มข้อมูลโพรโทคอลเอฟทีพีจะติดตั้งเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบการทำงานของโพรโทคอลทีซีพี  ไอพี  ที่เครื่องเป้าหมายปลายทางผ่านพอร์ตหมายเลข  21  เพื่อเข้าสู่ระบบการควบคุมข้อมูลข่าวสาร 

ผู้ใช้ต้องใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของระบบปลายทางรหัสที่ใส่จะส่งไปสู่ระบบปลายทางเพื่อตรวจสอบสิทธิในการเข้าถึงแฟ้มข้อมูลที่มีบนระบบนั้น  ๆ  เมื่อผ่านการตรวจสอบในขั้นแรก  ผู้ใช้ต้องใส่ชื่อของแฟ้มที่ต้องการโอนย้ายหรือสำเนา  โพรโทคอลจะตรวจสอบการโอนย้ายอีกครั้ง  

การทำงานส่วนนี้ผ่านการตรวจสอบจากโพรโทคอล  ขั้นต่อไปการเชื่อมต่อกับโพรโทคอลทีซีพีเพื่อโอนย้ายแฟ้มข้อมูล    การโอนย้ายที่เกิดขึ้นจะไม่มีการกำหนดรูปแบบของข้อมูลส่วนต้นเหมือนกับโพรโทคอลอื่น  ๆ   ส่วนการควบคุมการเชื่อมต่อจะส่งสัญญาณแจ้งความสมบูรณ์ของการทำงานให้ระบบได้รับทราบเพื่อรอรับคำสั่ง

เอสเอ็มทีพี  (SMTP)

โพรโทคอลชนิดนี้มีไว้เพื่อการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์   จะทำงานร่วมกับโพรโทคอลทีซีพี / ไอพี  ทำงานอยู่ระดับบนของโพรโทคอลทีซีพี / ไอพี   การทำงานของโพรโทคอลเอสเอ็มทีพีจะไม่สนใจรูปแบบของข้อความที่ส่ง  

การทำงานของเอสเอ็มทีพีสนใจเพียงข้อความจะส่งไปยังผู้ใดและส่งจากผู้ใดเท่านั้น   ข้อความที่ส่งโดยโพรโทคอลเอสเอ็มทีพีจะใช้รหัสแอสกี  7  บิตต่ออักษร  1  ตัวและมีการสร้างข้อมูลที่ส่วนต้นของข้อความที่ส่งเพื่อระบุว่าแหล่งที่มาของข้อความนี้อยู่ที่ใด

                      โพรโทคอลเอสเอ็มทีพีและยังมีโพรโทคอลอื่นที่ทำหน้าที่ในการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  เช่น  โพรโทคอลชื่อเอ็มไอเอ็มอี   โพรโทคอลได้รับการพัฒนาเพื่อขยายประสิทธิภาพของโพรโทคอลเอสเอ็มทีพีให้ดียิ่งขึ้น

เอ็มไอเอ็มอี  (MIME)

การทำงานเป็นการขยายความสามารถของการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของโพรโทคอลให้มีความสามารถในการส่งข้อความต่าง  ๆ  ดังนี้คือ

  • ข้อความสายอักขระที่มีการแทนรหัสนอกหเนือจากรหัสแอสกี  8  บิต
  • การส่งข้อมูลที่ไม่ใช่สายอักขระ  เช่น  แฟ้มข้อมูลภาพ  เป็นต้น
  • การแบ่งส่วนของเนื้อหาและข้อความออกเป็นส่วน  ๆ  ได้
  • ส่วนรหัสแสดงข้อมูลของจดหมายไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นตัวอักษรในกลุ่มของรหัสแอสกีเท่านั้น  แต่สามารถใช้ตัวอักษรในกลุ่มรหัสอื่นได้  เช่น  ยูนิโคด  เป็นต้น

เอสโอเอพี  (SOAP)

นิยมเรียกกันว่า  โพรโทคอลซอฟ   เป้าหมายในการพัฒนาโพรโทคอลการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เขียนขึ้นด้วยภาษาเอกซ์เอ็มแอลบนระบบเครือข่ายที่มีการส่งข้อมูลด้วยโพรโทคอลเอชทีทีพี   การทำงานของโพรโทคอลเป็นการทำงานที่เกิดขึ้นบนการทำงานของโพรโทคอลเอชทีทีพีแม้ว่าโพรโทคอลทั้งสองจะเป็นโพรโทคอลในชั้นการประยุกต์เช่นเดียวกันรูปแบบการทำงานของโพรโทคอลนี้มีหลากหลายแต่โดยพื้นฐานจะเป็นการทำงานแบบการเรียกระบวนงานทางไกล  

เมื่อเครื่องขอรับบริการต้องการเมื่อใด   เครื่องปลายทางซึ่งเป็นเครื่องให้บริการข้อมูลจะจัดส่งข้อมูลนั้นทันทีตามคำร้องขอ        การใช้โพรโทคอลโซพในการส่งข้อมูลบนระบบเครือข่ายมีข้อดีหลายประการ  ดังนี้

  • การส่งข้อมูลด้วยโพรโทคอลโซพบนเอชทีทีพีมีความสะดวกและง่ายต่อการส่งผ่านไฟร์วอลล์และระบบบริการแทน
  • โพรโทคอลโซพสามารถทำงานร่วมกับโพรโทคอลเพื่อการส่งข้อมูลได้หลากหลายโพรโทคอล  เช่น  เอสเอ็นเอ็มพี  แต่โพรโทคอลพื้นฐานที่ใช้ร่วมกันเพื่อการส่งข้อมูลคือ  เอชทีทีพี

                      การส่งข้อมูลด้วยโพรโทคอลโซพจะมีข้อดีเพียงใดแต่ก็ยังมีข้อด้อยของการส่งข้อมูลด้วยโพรโทคอลมีหลากหลายประการ  เช่น  ความล่าช้าในการส่งสูง  การส่งข้อมูลสามารถส่งได้จำกัดเพียงผู้รับหนึ่งคนต่อขณะ  และขนาดของข้อมูลที่ส่งต้องเป็นขนาดเล็ก  เป็นต้น

เอสเอ็นเอ็มพี  (SNMP)

โพรโทคอลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์บนระบบเครือข่าย   ทุกอุปกรณ์จะต้องสนับสนุนการทำงานของโพรโทคอลด้วย   อุปกรณ์ต้องมีการติดตั้งโพรโทคอลเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานมิฉะนั้นโพรโทคอลเอสเอ็นเอ็มพีจะไม่สามารถตรวจสอบสภาวะการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านั้นได้เลยการทำงานไม่ใช่เพื่อการบริหารจัดการระบบเครือข่ายแต่จะช่วยในการติดตั้งระบบบริหารจัดการเครือข่ายในด้านของแอปพลิเคชันที่ใช้งาน

                 โปรแกรมการจัดการระบบเครือข่ายต้องเก็บข้อมูลของการทำงานที่เกิดขึ้นหรือข้อมูลตรวจสอบระบบที่ดำเนินการว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด   จำเป็นที่ต้องมีระบบฐานข้อมูลรวมเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมจัดการระบบเครือข่ายเรียกว่า  ฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหาร  หรือเรียกว่า  เอ็มไอบี   

โพรโทคอลเอสเอ็นเอ็มพีสามารถนำมาใช้เพื่อการแลกเปลี่ยนการข้อมูลการบริหารจัดการที่เกิดบนระบบเครือข่ายได้  การกำหนดโครงสร่างของข้อมูลรวมทั้งชนิดข้อมูลที่สามารถส่งระหว่างระบบจัดการเครือข่ายที่มีอยู่เรียกว่า  โครงสร้างข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ

หน้าที่ของโพรโทคอล

                      หน้าที่ของโพรโทคอลต่าง  ๆ  เมื่อพิจารณาแล้วสามารถแบ่งหน้าที่ของโพรโคอลพื้นฐานได้ดังนี้

  1. การหุ้มห่อข้อมูล     วิธีการหุ้มห่อข้อมูลของโพรโทรคอลอย่างชัดเจนคือ   การเพิ่มข้อมูลส่วนหัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ต้องการส่ง   ทำให้รูปแบบของข้อมูลที่ส่งจริงมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม  ข้อมูลที่ปรากฏในส่วนหัวของข้อมูลที่ส่งออกมักประกอบไปด้วย  เลขที่อยู่  เป็นเลขที่อยู่ของเครื่องผู้ส่งและผู้รับปลายทาง   รหัสเพื่อการตรวจจับความผิดพลาดในการส่ง   ส่วนควบคุมเฉพาะของแต่ละโพรโทคอล
  2. การแตกจายข้อมูล  และการรวมข้อมูล      ในแต่ละชั้นของข้อมูลจะได้รับการห่อหุ้มเป็นหน่วยข้อมูลโพรโทคอล  การทำงานในแต่ละชั้นข้อมูลโพรโทคอลจะถูกแตกหรือแบ่งออกเป็นข้อมูลหน่วยย่อย ๆ ที่มีขนาดเล็ก  เรียกว่า  การแตกกระจายข้อมูล  หรือการแบ่งส่วน  ข้อดีของการแบ่งส่วน   การส่งข้อมูลสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว  ค่าความหน่วงน้อย  และปลายทางได้รับข้อมูลแล้วจะรวมข้อมูลส่วนย่อยเข้าด้วยกันให้กลับเป็นข้อมูลเดิมก่อนการแบ่งส่วน  เรียกว่า  การรวมข้อมูล
  3. การควบคุมการเชื่อมต่อ     การสร้างการเชื่อมต่อก่อนการส่งข้อมูล  รูปแบบการเชื่อมต่อนี้มี  2  ประเภท  คือ  แบบไม่กำหนดการเชื่อมต่อ  ไม่มีการพิจารณาว่าปลายทางผู้รับข้อมูลมีความพร้อมในการับหรือไม่  รวมถึงการเดินทางของข้อมูลย่อยเป็นไปอย่างอิสระทำให้ข้อมูลที่ส่งอาจสูญหายได้  หรือเมื่อข้อมูลถึงปลายทางอาจมีลำดับที่ผิดพลาดได้   การเชื่อมต่ออีกประเภทหนึ่งหคือแบบกำหนดการเชื่อมต่อ   การเชื่อมต่อแบบนี้สามารถรับประกันได้ว่าข้อมูลจะถูกส่งไปยังปลายทางได้ตามต้องการ  และหากมีการสูญหายการเชื่อมต่อก็สามารถรายงานความผิดพลาดให้ผู้ส่งได้รับทราบเพื่อดำเนินการส่งข้อมูลซ้ำอีกครั้ง
  4. การกำหนดลำดับในการส่ง     การส่งข้อมูลบนรูปแบบการเชื่อมต่อแบบกำหนดการเชื่อมต่อสามารถรับรองได้ว่าลำดับของข้อมูลที่ถึงปลายทางเป็นลำดับที่ถูกต้องและสามารถนำข้อมุลไปใช้งานได้   การส่งด้วยวิธีนี้มีการกำหนดหมายเลขลำดับการส่งของแต่ละเซกเมนต์   เมื่อเซกเมนใดหายระหว่างการสื่อสาร  ระบบจะสามารถรายงานความผิดพลาดและกลไกการกู้คืนก็จะดำเนินการส่งข้อมูลใหม่ได้
  5. การควบคุมการไหลของข้อมูล    เป็นหน้าที่ที่สามารถดำเนินการเพื่อควบคุมการส่งข้อมูลของเครื่องส่งข้อมูลต้นทางได้   เครื่องส่งข้อมูลต้นทางยังไม่ได้รับการตอบกลับว่าข้อมูลที่ส่งไปถึงปลายทางแล้ว  หน่วยข้อมูลใหม่จะไม่มีการส่งออกสุ่ช่องทางการสื่อสาร
  6. การควบคุมความผิดพลาด      การสื่อสารข้อมูลมีหน้าที่ในการควบคุมความผิดพลาด  2  ส่วนคือ  การตรวจจับความผิดพลาด  และการแก้ไขหรือกู้คืนความผิดพลาด   สองวิธีนี้ต้องทำจากเครื่องรับข้อมูลปลายทาง  วิธีการตรวจจับความผิดพลาดเครื่องส่งข้อมูลต้นทางต้องส่งส่วนข้อมูลที่ใช้ในการตรวจจับมากับส่วนข้อมูลจริง  เพื่อให้เครื่องรับข้อมูลปลายทางสามารถใช้ข้อมูลเปรียบเทียบตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่  และวิธีการแก้ไขที่นิยมมากคือการร้องขอให้เกิดการส่งข้อมูลใหม่   โดยหลักการแล้วหน้าที่ในการตรวจจับความผิดพลาดจะอยู่ที่ชั้นส่วนต่อประสานเครือข่ายในสถาปัตยกรรมทีซีพี / ไอพี และอยู่ที่ชั้นเชื่อมข้อมูลในสถาปัตยกรรมตัวแบบโอเอสไอ
  7. การระบุที่อยู่    การสื่อสารข้อมูลไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าระบบการสื่อสารไม่รู้ว่าจะต้องส่งข้อความไปที่เครื่องใด   ส่วนหัวของหน่วยข้อมูลจะประกอบด้วยเลขที่อยู่ของแหล่งข้อมูลต้นทางและแหล่งรับข้อมุลปลายทาง   การกำหนดเลขที่อยู่ในชั้นการขนส่งนั้นจะมีการกำหนดเลขที่อยู่เพื่อการติดต่อกับโปรแกรมประยุกต์ปลายทางจากโปรแกรมประยุกต์ต้นทาง  เมื่อส่งหน่วยข้อมูลจากชั้นการขนส่งสู่ชั้นส่วนต่อประสานเครือข่ายก็จะมีการกำหนดเลขที่อยู่ของเครื่องส่งข้อความและเครื่องรับข้อความอีกครั้งหนึ่ง
  8. การมัลติเพล็กซ์      การสื่อสารที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดข้อมูลจำนวนมากบนเครือข่ายเดียวกัน  เพื่อให้สื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและให้แหล่งกำเนิดข้อมูลต่าง  ๆ  ไม่ต้องรอคอยการสื่อสารนานจึงมีการรวมสัญญาณจากแหล่งข้อมูลหลาย  ๆ  แหล่ง  เรียกว่า  การมัลติเพล็กซ์  หรือการทำสหสัญญาณเพื่อส่งไปยังช่องทางการสื่อสารเดียวกัน  เป็นวิธีที่ช่วยให้อุปกรณ์ทุกอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดข้อมูลสามารถส่งข้อมูลได้ตามต้องการและไม่ต้องเสียเวลารอคอย
  9. การบริการส่งข้อมูล      การส่งข้อมูลจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งเป็นหน้าที่หลักของเครือข่ายการสื่อสาร  ในการส่งข้อมูลแต่ละครั้งอาจมีความแตกต่างกัน   รูปแบบการบริการการส่งข้อมูลมีการจัดสรรการส่งข้อมูลให้เกิดความเหมาะสมกับข้อความที่ต้องการส่งในขณะนั้น

Related link :กล้อง Outdoor และโพรโทคอลเพื่อการสื่อสาร

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *