วิธีติดกล้องวงจรปิด

วิธีติดกล้องวงจรปิด ในพื้นที่อับอากาศ

วิธีติดกล้องวงจรปิด ในพื้นที่การระบายอากาศไม่ดี

                  การจัดการเคลื่อนย้ายอากาศด้วยปริมาณที่กำหนดให้ไหลไปในทิศทางและด้วยความเร็วที่ต้องการ     การระบายอากาศเป็นการควบคุมมลพิษทางอากาศ โดยปกติคนเราจะหายใจเอาอากาศเข้าไปด้วยอัตราประมาณ  6  ลิตรต่อนาทีแต่ถ้าทำงานหนักจะใช้อากาศ  50  ลิตรต่อนาที  การระบายอากาศเป็นวิธีการที่ใช้เพื่อป้องกันอันตราย / และหรือความเดือดร้อนรำคาญ  ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับผู้ทำงาน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. การระบายอากาศแบบทั่วไป  จะใช้หลักการถ่ายเทอากาศให้ออกจากที่อับอากาศนั้น ๆ  แล้วให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทนที่  เพื่อลดความเข้มข้นของสารมลพิษ แบ่งเป็น  2  ชนิดคือ   การระบายอากาศโดยวิธีกล เช่น ใช้พัดลมระบายอากาศ การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ  เช่น  ช่องลมระบายอากาศ

หลักในการพิจารณาเพื่อใช้วิธีการการระบายอากาศแบบทั่วไป

  • ผู้ทำงานไม่ควรอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดของสารปนเปื้อนมากจนเกินไป  และสารปนเปื้อนมีอยู่ในระดับต่ำและมีความเป็นพิษไม่สูงมาก
  • การระบายอากาศแบบทั่วไปจะให้ออกซิเจนเข้าไปแทนที่สารพิษที่มีความเป็นพิษไม่สูงให้มีเจือจางลง
  • ถ้าใช้วิธีการระบายอากาศแบบทั่วไปในพื้นที่ทำงานที่มีอันตรายเฉพาะอย่าง  ควรมีมาตรการควบคุมเพิ่มเติม  เช่น  การตรวจติดตามอากาศภายในที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง,  ใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจและต้องมีการระบายอากาศอย่างต่อเนื่อง

2. การระบายอากาศแบบเฉพาะแห่ง เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ และควบคุมปัญหาเดือดร้อนรำคาญภายในที่อับอากาศ แต่มีหลักและวิธีการแตกต่างออกไป การแบบเฉพาะที่อาศัยหลักการดูดระบายมลพิษ พร้อมทั้งอากาศที่ถูกปนเปื้อนออกจากบริเวณที่เป็นจุดกำเนิดโดยตรงก่อนที่มลพิษนั้นจะเข้าปนเปื้อนกับอากาศส่วนใหญ่ของห้อง ด้วยการทำงานของ “ระบบ” ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วนคือ ท่อดูดอากาศ ท่อลม และพัดลม นอกจากองค์ประกอบนี้แล้วยังมีระบบอุปกรณ์ควบคุมมลพิษติดตั้งอยู่ด้วยในกรณีที่จำเป็น

หลักในการพิจารณาเพื่อเลือกใช้วิธีการระบายอากาศแบบเฉพาะแห่ง

  • ใช้กับการทำงานที่มีประกายไฟ  ความร้อน  หรืองานประเภทการใช้สารตัวทำละลายทำความสะอาด
  • ให้ท่อดูดอากาศอยู่ใกล้กับจุดกำเนิดให้มากที่สุด
  • ถ้าพื้นที่ทำงานมีสารปนเปื้อนฟุ้งกระจายในแนวกว้าง การใช้หลักการระบายอากาศแบบเฉพาะแห่งทำงานได้ไม่ดี  ควรใช้การระบายอากาศแบบทั่วไปแทน

ข้อมูลที่ควรคำนึงถึงสำหรับการออกแบบระบบระบายอากาศ

  1. รู้แหล่งกำเนิดของมลพิษที่เกิดขึ้น
  2. รู้ชนิดและคุณสมบัติของมลพิษที่มีความจำเป็นต้องขจัดออก
  3. รู้ความเข้มข้นของปริมาณมลพิษ
  4. รู้ค่ามาตรฐานี่ใช้สำหรับการควบคุมมลพิษนั้น  ๆ
  5. รู้ลักษณะการแพร่กระจายของมลพิษ

แนวทางการระบายอากาศในที่อับอากาศ

  1. เริ่มทำการระบายอากาศก่อนที่จะเข้าไปทำงนในที่อับอากาศ
  2. ทำการตรวจวัดสภาพบรรยากาศก่อนเข้าไปทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าระบบระบายอากาศได้และมีสภาพบรรยากาศมีความปลอดภัยที่จะเข้าไปทำงานได้
  3. ทำการระบายอากาศในที่อับอากาศต่อเนื่องตลอดเวลาที่มีการทำงานในที่อับอากาศอย่างน้อยต้องมีระดับก๊าซออกซิเจนที่เพียงพอและสารปนเปื้อนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อผู้ทำงาน
  4. ถ้าภายในที่อับอากาศมีการปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดบรรยากาศอันตราย  ให้ทำการระบายอากาศอย่างต่อเนื่อง

วิธีการระบายอากาศในที่อับอากาศแบ่งออกเป็น  2   วิธี  ได้แก่

  1. การระบายอากาศโดยการดูดอากาศที่เป็นพิษ   สารปนเปื้อนออกไปจากที่อับอากาศ
  2. การระบายอากาศโดยวิธีการเป่าอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในที่อับอากาศ

ความปลอดภัยในการระบายอากาศ

  1. ใช้วิธีการระบายอากาศบริสุทธิ์เข้าไปแทนที   ไม่ใช่วิธีการพ่นก๊าซออกซิเจนเข้าไปแทนที่สารปนเปื้อนในที่อับอากาศ
  2. ต่อสายดินอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในการระบายอากาศ
  3. ใช้อุปกรณ์แสงสว่างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ป้องกันการระเบิด
  4. แหล่งที่ดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ภายในที่อับอากาศต้องอยู่ห่างจากพื้นที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์   มีสารปนเปื้อน  สารไวไฟ  และสารพิษ  เป็นต้น
  5. ระบบระบายอากาศอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของอากาศเสียที่ปล่อยออกมา   จึงต้องทำการดังนี้
  6. ทำการติดตั้งท่อระบายอากาศออกสู่ภายนอกโดยคำนึงถึงไม่ให้สารปนเปื้อนดูดย้อนกลับเข้าไปในที่อับอากาศได้อีก
  7.  อากาศเสียอาจต้องถูกกรองก่อนที่จะปล่อยออกสู่บรรยากาศภายนอกเพื่อป้องกันอากาศเป็นพิษ
  8. ถ้าบรรยากาศในที่อับอากาศเป็นสารไวไฟ   ควรทำการย้ายแหล่งกำเนิดที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือความร้อนออกจากที่อับอากาศ

ปัญหาที่ทำให้การระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพ

  1. มีการไหลเวียนของอากาศที่มีสารปนเปื้อนกลับเข้าไปในที่อับอากาศ
  2. มีการหมุนเวียนของอากาศในช่วงระยะสั้นๆ  โดยอากาศบริสุทธิ์ไม่ได้ไหลผ่านเข้าไปสู่พื้นที่ที่อับอากาศ

ถ้าพบเจอกับปัญหาดังกล่าวควรทำ  ดังนี้

  1. ใช้อุปกรณ์ระบายอากาศที่มีกำลังเพียงพอในการถ่ายเทอากาศ
  2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการระบายอากาศต้องมีกำลังมากพอที่จะปล่อยอากาศให้ไกลพอที่จะทำให้เกิดการระบายได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของที่อับอากาศ
  3. อุปกรณ์ระบายอากาศมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะดูดสารปนเปื้อนออกจากที่อับอากาศ
  4. การติดตั้งพัดลมเพื่อดูดอากาศหลายๆ  ชุด   จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดอากาศในระยะไกลๆ  ได้ดี
  5. ตำแหน่งที่ติดตั้งช่องดูดอากาศเข้าและออกควรมีระยะห่างที่มีความเหมาะสม
  6. การใช้ท่อระบายอากาศให้มีประสิทธิภาพ
  7. ติดตั้งท่อที่ไม่ก่อให้เกิดการกีดขวางการทำงาน และท่อจะไม่ได้รับความเสียหายจากการใช้เครื่องมือในการทำงาน
  8. รักษาสภาพท่ออากาศให้อยู่ในสภาพที่ตรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ไม่โค้งงอ  และท่ออาจจะมีสภาพยืดยื่นได้ดีและสามารถสอดเข้าไปในที่อับอากาศได้ดีด้วย
  9. ทำการขันข้อต่อท่อดูดอากาศให้กระชับ แน่นหนา

                     วิธีที่ดีที่สุดในการนำอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในสถานที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่องคือการใช้พัดลมดูดอากาศ  เพื่อขจัดอากาศที่มีสิ่งปนเปื้อนออกจากสถานที่ทำงาน  และเพื่อรักษาระดับออกซิเจนในอากาศ  การระบายอากาศที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของพนักงาน  พัดลมดูดอากาศทำงานโดยการดูดอากาศจากที่หนึ่ง  อัดอากาศและปล่อยเข้าไปในสถานที่อับอากาศภายใต้ความดันและความเร็วลมที่คงที่  

กระบวนการนี้จะทำให้อากาศบริสุทธิ์ไหลเข้าไปในพื้นที่และขับไล่อากาศที่มีสิ่งปนเปื้อนออกมา   เมื่อมีการตัดสินใจจะใช้พัดลมดูดอากาศในสถานที่ทำงาน  การเลือกพัดลมที่เหมาะกับการใช้งานจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องคำนึงถึง  เพราะพัดลมดูดอากาศไม่ได้มีแต่เพียงขนาดเดียว  ผู้ใช้ไม่สามารถเลือกได้โดยเพียงแค่เห็น   การเลือกจำเป็นต้องมีความรู้พอสมควร   ว่าจะเลือกแบบใดรุ่นใดใช้แก๊สหรือใช้ไฟฟ้า  ความเร็วลมเท่าใด   สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนเลือกพัดลม

อุปกรณ์เร่งความดันอากาศ

                  ทำหน้าที่เหนี่ยวนำอากาศให้เคลื่อนไหวไปในแนวของอุปกรณ์เพื่อเพิ่มแรงลม    โดยอุปกรณ์นี้จะทำงานโดยเพียงแค่ใช้ท่ออากาศที่มาจากเครื่องอัดอากาศไหลสู่อุปกรณ์ในส่วนฐานของอุปกรณ์จะทำหน้าที่ควบคุมลมเคลื่อนที่ออกมาผ่านช่องลมที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแรงอากาศ  

อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับใช้ในสถานที่อันตรายหรือเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟ  เนื่องจากไม่มีส่วนใดที่เคลื่อนไหวในอุปกรณ์  โดยการใช้งานควรมีกายึดกับพื้นและมีการเชื่อมต่อให้มั่นคง เพื่อป้องกันการเกิดการสะสมของประจุไฟฟ้าสถิตย์

เครื่องอัดอากาศ

                   โดยทั่วไปการใช้เครื่องอัดอากาศจะใช้ในกรณีที่สถานที่ทำงานมีข้อจำกัดในการเข้าถึง    หรือมีทางเข้าที่เล็ก  ท่ออากาศปกติเข้าไม่ได้  จำเป็นต้องใช้ท่อที่มีขนาดเล็ก    การใช้เครื่องอัดอากาศนี้มีข้อจำกัด  เช่น  ห้ามใช้ในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการติดไฟ   เพราะเป็นแหล่งที่อาจทำให้เกิดประกายไฟได้

Related link :  ระบบรักษาความปลอดภัย กับการตรวจสอบสภาพอากาศในที่อับอากาศ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *