ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด

ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด กับการทำงานในพื้นที่ต่างๆ

ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด เริ่มเข้าหน้าร้อนเต็มตัวแล้ว ช่วงนี้ บริษัท ห้างร้านจะต้องควบคุมและรักษาระดับความร้อนภายในสถานที่ประกอบการหรือโรงงานที่มีพนักงานทำงานอยู่ไม่ให้เกินมาตรฐาน  ตามที่กำหนดดังนี้

  • งานที่พนักงานทำในลักษณะงานเบา  มาตรฐานระดับความร้อนจะต้องไม่เกินค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 34  องศาเซลเซียล
  • งานที่พนักงานทำในลักษณะงานปานกลาง  มาตรฐานระดับความร้อนจะต้องไม่เกินค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 32  องศาเซลเซียล
  • งานที่พนักงานทำในลักษณะของงานหนัก  มาตรฐานระดับความร้อนจะต้องไม่เกินค่าเฉลี่ยของอุณหภูมเวตบัลบ์โกลบ  30  องศาเซลเซียล

กรณีที่สถานประกอบการมีความร้อนเกินมาตรฐานให้นายจ้างดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขให้ระดับความร้อนไม่เกินมาตรฐาน   ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ให้นายจ้างปิดประกาศเตือนพนักงานทราบว่าบริเวณนั้นอาจเกิดอันตรายต่อพนักงานได้  และต้องให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยตามที่กำหนดตลอดเวลาทำงาน

สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับแสงสว่าง  ตามที่กฎกระทรวงได้กำหนดไว้   นายจ้างต้องจัดสถานประกอบการหรือโรงงานให้มีความเข้มของแสงสว่าง  ดังนี้

  • แสงสว่างต้องไม่ต่ำกว่าที่มาตรฐานกำหนดในตารางที่ 1 สำหรับบริเวณพื้นที่ทั่วไปในสถานประกอบการ  เช่น  ทางเดิน  ห้องน้ำ  ห้องพัก  เป็นต้น
  • แสงสว่างต้องไม่ต่ำกว่าที่มาตรฐานกำหนดในตารางที่ 2  สำหรับบริเวณพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการผลิตที่พนักงานกำลังทำงาน
  • แสงสว่างต้องไม่ต่ำกว่าที่มาตรฐานกำหนดในตารางที่ 3  สำหรับบริเวณที่พนักงานต้องทำงานโดยใช้สายตาเฉพาะจุดหรือต้องใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน
  • แสงสว่างต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานกำหนดในตารางที่ 4  สำหรับบริเวณที่พนักงานทำงานโดยใช้สายตาเฉพาะจุดในการทำงานที่ความเข้มของแสงทำให้ลูกจ้างทำงานไม่ได้กำหนดมาในตารางที่ 3
  • แสงสว่างต้องไม่ต่ำกว่าที่มาตรฐานกำหนดในตารางที่ 5  สำหรับบริเวณรอบ  ๆ  สถานที่ทำงานที่ลูกจ้างต้องใช้มีสายตาเฉพาะจุด
  • นายจ้างต้องจัดให้มีฉาก  ฟิล์มกรองแสง  หรือสิ่งอื่นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันแสงไม่ให้สะท้อนจากแหล่งกำเนิดแสงหรือแสงจ้าส่องเข้าตาพนักงานโดยตรงในขณะทำงาน  กรณีที่ไม่อาจป้องกันได้ต้องจัดให้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในหมวด 4  ตลอดเวลาการทำงาน
  • กรณีที่พนักงานจะต้องทำงานในที่มืด  ทึบ  คับแคบ  นายจ้างต้องจักให้พนักงานสวมหมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องสว่าง หรือเครื่องส่องสว่างอย่างอื่นที่เหมาะสมตามที่มาตรฐานกำหนดไว้ในหมวด 4  ตลอดเวลาการทำงาน

สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเสียง  ตามกฎกระทรวง  ต้องควบคุมระดับเสียงที่พนักงานได้รับตลอดเวลาของการทำงานในแต่ละวันไม่ให้เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้   หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดระดับเสียง  การคำรวณการได้รับเสียง ให้เป็นไปตามอธิบดีประกาศกำหนด  ดังนี้

  • ในบริเวณสถานประกอบการหรือโรงงานต้องมีเสียงไม่เกิน  140  เดซิเบลเอ  หรือมีปริมาณเสียงสะสมเกินมาตรฐานที่กำหนดในตารางที่ 6 นายจ้างจะต้องให้พนักงานหยุดการทำงานจนกว่าจะได้ปรับปรุงแก้ไขระดับเสียง
  • ในบริเวณสถานประกอบการที่สภาวะการทำงานของพนักงานได้รับเกินมาตรฐานกำหนด  นายจ้างต้องทำการปรับปรุงหรือแก้ไขสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงเพื่อให้มีระดับเสียงที่พนักงานได้รับอยู่ไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด  ถ้ากรณีที่ยังไม่สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขได้นายจ้างจะต้องจัดให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่กำหนดไว้ในหมวด  4  ตลอดเวลาการทำงาน  เพื่อลดเสียงให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่กำหนด
  • ในบริเวณที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กำหนดนายจ้างต้องจดัให้มีเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยไว้ให้พนักงานเห็นได้โดยชัดเจน
  • ในกรณีที่สภาวะการทำงานในสถานประกอบการหรือโรงงานมีระดับเสียงที่พนักงานได้รับเฉลี่ยวตลอดเวลาการทำงาน  8  ชั่วโมง  ตั้งแต่  85  เดซิเบลเอขึ้นไป  นายจ้างต้องจัดทำโครงการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบการหรือโรงงานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลจะต้องมีมาตรฐาน ดังนี้

  • ชุดแต่งกาย  รองเท้า  ถุงมือ  เพื่อป้องกันความร้อนทำด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบา   สามารถกันความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนเพื่อไม่ให้อุณหภูมิในตัวเราเกิน  38  องศาเซลเซียล
  • หมวกนิรภัย  ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง
  • แว่นตาลดแสง ทำด้วยวัสดุที่สามารถลดความจ้าของแสงให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา
  • การบังหน้าลดแสง ทำด้วยวัสดุสีที่สามารถลดความจ้าของแสงให้อยู่ในระดับไม่เป็นอันตรายต่อสายตา
  • ปลั๊กลดเสียง ทำด้วยพลาสติก ยาง หรือวัสดุอื่นที่อ่อนนุ่มและไม่ระคายเคืองและสามารถลดเสียงได้ไม่น้อยกว่า 15 เดซิเบลเอ
  • ครอบหูลดเสียง  ทำด้วยพลาสติก ยาง หรือวัสดุอื่นที่อ่อนนุ่มและไม่ระคายเคือง  สามารถลดเสียงลงได้ไม่น้อยกว่า 25 เดซิเบลเอ

สถานประกอบการหรือโรงงานนายจ้างจะต้องจัดให้มีการบริหารจัดการเกี่ยวกับการเลือก  และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยให้กับพนักงาน โดยให้พนักงานได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และการบำรุงรักษา รวมทั้งระเบียบในการใช้ต้องจัดทำขึ้นอย่างมีระบบ  สามารถให้พนักงานตรวจแรงงานและตรวจสอบได้ตลอดเวลาของการทำงาน

การตรวจสุขภาพและการรายงานผลการตรวจสุขภาพ

นายจ้างของสถานประกอบการหรือโรงงานจะต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของพนักงานที่ทำงาน ในสภาวะการทำงานที่ได้รับอันตรายจากความร้อน แสงสว่ง หรือเสียงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด  และให้นายจ้างเก็บผลการตรวจสุขภาพของพนักงาน ตามแบบที่กำหนดไว้อย่างน้อย  5  ปี

ในสถานประกอบการและพร้อมที่จะให้พนักงานตรวจแรงงานสามารถตรวจสอบได้    ถ้าในกรณีที่ทราบถึงความผิดปกติของร่างกายหรือความเจ็บป่วยของพนักงานที่มาจากการทำงานที่อาจได้รับอันตรายจากความร้อน  แสงสว่าง  หรือเสียง   นายจ้างต้องให้พนักงานได้รับการรักษาพยาบาลในทันที  และทำการตรวจสอบหาสาเหตุถึงความผิดปกติหรือเจ็บป่วย   พร้อมส่งผลการตรวจสุขภาพของพนักงาน  

การให้การรักษาพยาบาลและการป้องกันแก้ไขต่อพนักงานตรวจแรงงานตามแบบที่อธิบดีประกาศ   นับแต่วันที่ทราบความผิดปกติหรือการเจ็บป่วย    ถ้าพนักงานมีหลักฐานทางการแพทย์ของทางราชการแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมได้   นายจ้างสมควรเปลี่ยนงานให้แก่พนักงานผู้นั้นตามค วามเหมาะสม

Related link :ติดตั้งกล้อง ช่วยสังคมโซเชียลเน็ทเวิร์คภัยที่คาดไม่ถึง

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *