กล้องวงจรปิดยี่ห้อไหนดี

กล้องวงจรปิดยี่ห้อไหนดี ไม่สำคัญเท่าว่าเราดูแลยังไงดี

กล้องวงจรปิดยี่ห้อไหนดี กับการทำงานบำรุงรักษาและการควบคุม

                     หัวใจสำคัญและประสิทธิภาพของงานบำรุงรักษาและการควบคุม  คือ การประสานความต้องการและจัดหาทรัพยากรเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในระดับที่ต้องการเพื่อให้เกิดประสิทธภาพและประสิทธิผลซึ่งต้องมีคุณลักษณะ  5  ประการดังนี้  

  •      ความต้องการในการบำรุงรักษาว่าต้องทำอะไรและทำเมื่อไหร่
  •      ทรัพยากรงานบำรุงรักษา เช่นใครเป็นผู้ทำและวัสดุอะไรและใช้เครื่องมืออะไร
  •      กระบวนการและวิธีการประสานงาน ตารางการทำงาน และการบริหาร
  •      การปฏิบัติงานและมาตรฐานคุณภาพงาน  เช่น ระยะเวลาในการทำงานและคุณลักษณะของงาน
  •      ข้อมูลป้อนกลับ การกำกับดูแลและการควบคุม

แนวความคิดในการพัฒนาและหน้าที่การควบคุมบำรุงรักษาอย่างอัตโนมัติเพื่อให้มีการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเครื่องจักรเป็นวงจรต่อเนื่องดังนี้ คือ

  •      การสุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของโรงงาน
  •      การวิเคราะห์ตัวอย่าง
  •      การกระทำการแก้ไขถ้าจำเป็น

รูปแบบและกระบวนการเพื่อสร้างแนวคิดในการควบคุมบำรุงรักษา   มาตรฐานการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล   การรายงานที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน  สภาวะของเครื่องจักรอุปกรณ์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์   

การวางแผนการควบคุมงานบำรุงรักษา   คือ  ระบบใบสั่งงานที่มีประสิทธิภาพเป็นรูปแบบที่ซึ่งเขียนรายละเอียดในการทำงาน   โรงงานอุตสาหกรรมอาจใช้เรียกแตกต่างกัน  แต่มีจุดมุ่งหมายของระบบใบสั่งงานเพื่อสิ่งต่อไปนี้

  •       ใบขอในการเขียนงานต้องทำโดยแผนกบำรุงรักษา
  •       การคัดเลือกงานที่ขอทำโดยผู้ปฏิบัติงาน
  •       การออกแบบและหาวิธีที่ดีรวมถึงการหาคนงานที่มีคุณภาพที่ดีและเหมาะสมกับงาน
  •       การลดต้นทุนวัสดุและแรงงาน
  •      การพัฒนาและวางแผนการจัดทำตารางงานบำรุงรักษา
  •      การดำรงไว้รวมถึงการควบคุมงานบำรุงรักษา
  •      การพัฒนางานบำรุงรักษา  การเก็บรวบรวมข้อมูลจากใบสั่งงาน เพื่อใช้ควบคุมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในการบริหารระบบใบสั่งงานนั้นเป็นความรับผิดชอบของบุคคลในด้านการวางแผน  และการจัดทำตาราง  ต้องออกแบบด้วยความระมัดระวังและพิจารณาคือ เป็นการรวมข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดที่ต้องการเพื่อให้ง่านต่อการจัดทำตาราง  และการวางแผนที่มีประสิทธิภาพและต้องทำให้ง่ายต่อการใช้งาน ใบสั่งงานอาจใช้เป็นแบบที่มีการเติมในช่องว่างที่กำหนดไว้ให้ในงานประจำเล็กๆ น้อยๆ งานที่ต้องทำซ้ำๆ  หรือเป็นใบสั่งงานชนิดพิเศษสำหรับเขียนรายงานแต่ละคนเพื่อรายวานสภาพความเป็นจริงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับงานที่จำเป็น

การเก็บบันทึกข้อมูล   สามารถแบ่งออกได้  ดังนี้

  •    การ์ดทำงาน  เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการทำงาน เช่น  ค่าใช้จ่ายในการซ่อม  เวลาในการซ่อม  เป็นต้น
  •    บันทึกประวัติอุปกรณ์ รายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ทำทั้งหมดเก็บไว้เพื่อเป็นประวัติข้อมูลในการซ่อม

                 หน้าที่หลักสำคัญของการควบคุมงานบำรุงรักษานั้นมีอยู่  3  ประการ ได้แก่

  •     การประสานงานใบสั่งงานและการวางแผน ประกอบด้วยหน้าที่ในการตัดสินใจ  4  ประการ  คือ การวางแผนบำรุงรักษาเชิงแก้ไข ประเภทของการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข   การยอมรับการบำรุงรักษาดัดแปลง และการปรับสมรรถนะงานบำรุงรักษา
  •     กระบวนการใบสั่งงาน มีหน้าที่ในการควบคุมซึ่งประกอบด้วยกระบวนการ  3 อย่าง  คือ การปล่อยใบสั่งงาน ตารางใบสั่งงานใบสั่งงานที่เสร็จสมบูรณ์ 
  •     ข้อมูลป้อนกลับและการกระทำการแก้ไข เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลสถานะของการจัดการด้านการทำงาน  ระบบความพร้อม  งานที่ค้างและคุณภาพของงานที่ทำจะถูกนำมาวิเคราะห์และทำการแก้ไขเพื่อพัฒนาต่อไป

                     ขอบเขตของโปรแกรมวิศวกรรมบำรุงรักษามีอยู่ด้วยกัน 6 หน่วยและวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความพร้อมของโรงงาน ลดค่าใช้จ่ายและพัฒนาความเชื่อมั่นของเครื่องจักรและคุณภาพของผลิตภัณฑ์  โปรแกรมดังกล่าวทั้ง 6  หน่วย คือ

  •       การบำรุงรักษาแบบวางแผน
  •       การจัดการบำรุงรักษาในกรณีฉุกเฉิน
  •       การพัฒนาความเชื่อมั่น
  •       โปรแกรมการจัดการเครื่องจักร
  •       การลดค่าใช้จ่าย
  •       การฝึกอบรมและจูงใจพนักงาน

กุญแจสำคัญของโปรแกรมการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมงานบำรุงรักษาต้องมีแนวคิดในด้านกระบวนการควบคุมและรวมถึงวัตถุประสงค์ของกระบวนการสุ่มตัวอย่าง  การวิเคราะห์และการแก้ไขโครงสร้างของการควบคุมการบำรุงรักษาซึ่งประกอบไปด้วยการประสานงานใบสั่งงาน  กระบวนการใบสั่งงานและข้อมูลป้อนกลับและการกระทำการแก้ไขขั้นตอนของการควบคุมงานบำรุงรักษาให้มีประสิทธิภาพ  คือ

  •      บ่งบอกวัตถุประสงค์และเป้าหมายในรูปของคุณภาพ   ความพร้อมและประสิทธิภาพ
  •      ประสานและวางแผนใบสั่งงาน
  •      กระบวนการใบสั่งงาน
  •      การเก็บรวบรวมข้อมูลจากใบสั่งงานและข้อมูลประวัติ
  •      ตรวจสอบความเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
  •      การเบี่ยงเบนถ้ามีต้องทำการแก้ไขหรือปรับปรุงเป้าหมายด้านอื่นๆ  ด้วย

การควบคุมและการจัดการวัสดุในงานบำรุงรักษา

                 การที่จะทำให้เกิดความมั่นใจว่ามีวัสดุเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้านั้นมีหลายขั้นตอนในการจัดการโดยเริ่มจากการบริหารด้านการทำงานไปจนถึงการจัดการด้านการเงิน  ข้อแนะนำที่ดีที่สุดในการจัดการวัสดุประกอบด้วยการเลือกคุณภาพผู้จำหน่าย  การจัดตั้งกระบวนการที่เหมาะสมในการสั่งซื้อ  และการดำเนินการด้านระบบบัญชีสินค้าคงคลัง  ต้องจัดสรรหาพนักงานเพื่อรองรับที่เชื่อมโยงกับกระบวนการเหล่านี้

วัตถุประสงค์ของการจัดการด้านวัสดุ

                   เบื้องต้นของวัตถุประสงค์ในการจัดการด้านวัสดุ  คือ  การวางแผนวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ  การจัดซื้อและการรับสินค้าคงคลัง  การเก็บและควบคุมสินค้าคงคลัง  การจำหน่ายจ่ายแจกวัสดุ และการประกันคุณภาพ   และรวมถึงวัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่งก็คือ  ตารางการผลิตที่มีประสิทธิภาพ  คุณลักษณะและมาตรฐานของวัสดุ  สนับสนุนในการออกแบบผลิตภัณฑ์  การควบคุมคุณภาพในการจัดซื้อวัสดุ  การขนถ่ายวัสดุ  พัฒนาทักษะของคนงาน  เป็นต้น

องค์ประกอบที่เหมาะสมของกระบวนการจัดซื้อที่สำคัญในการจัดวัสดุให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพจะต้องมีข้อมูลในด้านจำนวนที่เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา และการจัดการต้องยึดกับความต่อเนื่องระหว่างองค์ประกอบดังนี้

  •      เป้าหมายยุทธศาสตร์ของบริษัท
  •      การคาดหมายการขาย
  •      การวางแผนการทำงานและการขาย
  • การวางแผนด้านความต้องการการผลิตและผลิตภัณฑ์

หน้าที่ของการบริหารจัดการด้านวัสดุมีอยู่ด้วยกันมี  4  ประการคือ

  1. การวางแผนวัสดุและการควบคุม ความต้องวัสดุสามารถดูได้จากข้อมูลพื้นฐานที่ผ่านมาและความต้องการในอนาคต  รวมถึงวัสดุที่ต้องการใช้ในการบำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องจักรและการติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักร
  2. การสั่งซื้อ  การเลือกแหล่งจำหน่ายสินค้า  การกำหนดใบสั่งซื้อ  การติดตามการดำเนินการ  การมีสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จำหน่าย รวมถึงการจัดความสำคัญในการเลือกหาวัสดุ
  3. การควบคุมวัสดุและเก็บรักษา  รวมถึงการคุบคุมทางกายภาพของวัสดุ  การขจัดของเสียหรือของที่ล้าสมัย  การจัดเก็บอย่างเหมาะสม  และการจัดระดับของสต็อกให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการใช้งาน
  4. การไหลของวัสดุ  มีอยู่ด้วยกัน  5  ประการ  คือ การวางแผนด้านวัสดุ  การจัดซื้อวัสดุ  การเก็บวัสดุเพื่อรอการผลิต  การรับวัสดุที่เสียหายและการกำจัดทิ้ง รวมถึงรายการวัสดุในขั้นตอนต่างๆ  ของการผลิต

การขาดแคลนวัสดุและอะไหล่ที่เก็บไว้ในงานบำรุงรักษา

                     สาเหตุใหญ่ของการขาดแคลนอะไหล่ถือเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือความไม่พร้อมในการเก็บอะไหล่หรือสั่งเข้ามาให้ทันต่อการทำการซ่อมซึ่งเกิดจากสิ่งเหล่านี้ คือ

  • บริษัทผู้ผลิตมีจำนวนมากและทำให้ชิ้นส่วนหรือเครื่องจักรเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ยาก  ส่งผลให้ต้องสั่งซื้อเป็นจำนวนมากเพื่อเก็บเป็นสต็อก
  •    การเลือกอะไหล่มาจัดเก็บเป็นสต็อกที่ไม่มีคุณภาพเนื่องจากขาดแคลนข้อมูลด้านเทคนิคในการจัดซื้อ  และขาดแคลนประสบการณ์ในการทำงานของเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการทำงาน
  •    ไม่มีรูปแบบการให้รหัสชิ้นส่วนอะไหล่หรือการให้รหัสชิ้นส่วนอะไหล่ผิด
  •    ขาดความรู้เรื่องการสต็อกสินค้า  การวิเคราะห์สต็อกโดยการใช้แผนภูมิ

การเลือกอะไหล่เพื่อเก็บไว้ในสต็อกในสต็อกบำรุงรักษานั้นสามารถแบ่งชนิดของอะไหล่ออกได้เป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ

  •      ชิ้นส่วนเฉพาะสำหรับการติดตั้งเครื่องมือเครื่อง  เช่น  โครงเครื่องมือเครื่องจักร  วาล์ว  เฟือง แหวน ลูกสูบ  เป็นต้น
  •      วัสดุสิ้นเปลืองในงานบำรุงรักษาและรายการวัสดุทั่วไปที่หาได้ในท้องตลาด  เช่น  ท่อ กาว สารหล่อลื่น  เป็นต้น
  •      ชิ้นส่วนมาตรฐานที่มีคุณสมบัติเป็นมาตรฐานสากล  เช่น  โอริง  ซีล  ปะเก็น  โซ่  และสายพาน  เป็นต้น

การประมาณการระดับของสต็อกนอกเหนือจากองค์ประกอบหลายอย่างที่กล่าวมาแล้วยังขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้

  •      จำนวนของชิ้นส่วนอะไหล่ที่เหมือนกัน
  •       ความล่าช้าการทบทวนการสั่งซื้อ
  •       ระดับมาตรฐานของเครื่องมือเครื่องจักร

สต็อกสามารถจัดเก็บอะไหล่เพื่อลดการหยุดเดินเครื่องจักรและยังจัดแบ่งเป็นประเภทย่อย  ๆ  ได้ดังต่อไปนี้ คือ

  •      อะไหล่ที่มีราคาแพง
  •      อะไหล่เฉพาะสำหรับใช้กับจำนวนจำกัดของเครื่องจักร
  •      อะไหล่ที่มีการหมุนเวียนช้า
  •      อะไหล่ที่วิกฤตจัดหามาได้ยาก  และมีผลกระทบต่อความปลอดภัย

ในงานบำรุงรักษาที่ไม่ได้มีการใช้งานเป็นพิเศษของวัสดุ  แต่มีความต้องการในการใช้และมีการหมุนเวียนระยะสั้นเราถือว่าเป็นวัสดุที่ใช้งานบำรุงรักษาปกติ  เช่น ลวดเชื่อม สวิตช์  ไม้อัด  เป็นต้น  การตัดสินใจในเรื่องการสต็อกและสั่งซื้อในงานบำรุงรักษาสามารถดำเนินการเป็นงานปกติได้โดยไม่ต้องทำการสั่งซื้อตามลักษณะของอะไหล่

ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายของวัสดุในงานบำรุงรักษา เพื่อให้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  การบันทึกข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องบันทึกค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการ   โดยสามารถคำนวณได้ดังนี้  คือ

  1. ค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการของสินค้า
  2. ค่าใช้จ่ายของสินค้าคงคลังในแต่ละรายการ
  3. ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการของสินค้าที่สามารถประเมินได้

กระบวนการควบคุมสโตร์งานบำรุงรักษา พื้นฐานสำคัญของระบบการควบคุมสโตร์งานบำรุงรักษาคือ

  1.     ใบเบิก ต้องทำการเบิกถอนวัสดุจากห้องเก็บวัสดุของแผนกบำรุงรักษา  เป็นระบบพื้นฐานของการทำบัญชีเบิกจ่าย และการควบคุมสินค้าคงคลัง
  2.     สินค้าคงคลัง  การควบคุมมักจะใช้วิธีการบันทึกสินค้าคงคลังอย่างต่อเนื่องโดยใช้ใบรับวัสดุเป็นการบวกและการเบิกถอนวัสดุเป็นลบ  ซึ่งสามารถช่วยกำหนดความต้องการของรายการสิ่งของที่ต้องการเป็นสินค้าคงคลังได้
  3.     รายการที่จะต้องสต็อก   การทำรายการชิ้นส่วนหรือวัสดุที่ต้องสต็อกให้มีความพร้อมอยู่เสมอ
  4.     จุดสั่งซื้อ
  5.      ปริมาณการสั่งซื้อ

Related link :  IP CAMERA กับการสำรวจข้อมูลเพื่อบำรุงรักษา

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *