รั้วไฟฟ้า

รั้วไฟฟ้า Electric Fence

คือ  ระบบป้องกันในรูปแบบวัตถุที่มองเห็น  ชัดเจน เพื่อการยับยั้ง ป้องปราม ป้องกัน มิให้ผู้บุกรุก คนร้าย ปีนเข้ามาในเคหะสถานของผู้ใช้งาน

โดยอาศัยเครื่องสร้างพลังงาน (Energizer) ไว้ควบคุมการปล่อยพลังงานไปยังลวดทุกๆ 1 วินาที หากมีคนร้าย พยายามบุกรุกหรือไปสัมผัสโดนเส้นลวดไฟฟ้า จะทำให้เกิดปฎิกิริยา (Reflex Action)  คือ กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวอย่างรุนแรง ชัก สะดุ้ง ชา บริเวณที่สัมผัส แต่จะไม่รู้สึกเจ็บ

การปล่อยพลังงานจลน์แรงต่ำ (มีหน่วยเป็น จูล)  แรงดันไฟฟ้าเป็นแบบ DC (หน่วยเป็นโวลต์) ส่งกระแสไปยังเส้นลวดที่ถูกตรึงไว้ตามแนวป้องกัน

หน่วยไฟฟ้าตามบ้านมีพลังงานที่เรียกเป็น W  แต่รั้วไฟฟ้ามีหน่วยเรียกเป็นจูล  (Joule) คือพลังงานจลน์ที่ถูกกักเก็บไว้ ในตัวเก็บประจุ (Capacitor) หรือ Cap Bank แล้วปล่อยพลังงานออกในระยะเวลาสั้นๆ จะมีความรู้สึกกล้ามเนื้อหดตัวรุนแรงมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับพลังงานตัวนี้ เช่นเดียวกับเครื่องปั้มหัวใจ (Defibrillator) ทีใช้ในการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือชีวิต มีค่าหน่วยการปรับระดับตั้งแต่ 5-350 จูล จึงเป็นคำตอบได้ว่า รั้วไฟฟ้าไม่ทำให้ใครตาย หรือบาดเจ็บได้ เพราะใช้แค่ 3-8 จูล

รั้วไฟฟ้ามีการปล่อยประจุ ออกมาอยู่ที่ 3-8 จูนย์ขึ้นอยู่แต่ละรุ่น ด้วยแรงดัน 9000 V  ตัวแรงดันไม่ได้บ่งชี้ถึงความเป็นอันตราย หน่วยบอกไว้อยู่แล้วว่ามันเป็นแรงดันเป็นตัวขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า มันชี้ให้เห็นว่ารั่วไฟฟ้าเราสามารถติดตั้งได้ไกลๆ  ในส่วนของกฎหมาย ไม่มีบอกเอาไว้ว่าติดตั้งรั้วไฟฟ้าแล้วผิดกฎหมาย แต่ถ้าติดตั้งแล้วมีคนเสียชีวิตนั้นถือว่าผิดทันที ดังนั้นในการติดรั้วไฟฟ้าห้ามเด็ดขาดอย่างเช่น เอารั้วรวดหนามแล้วปล่อยไฟฟ้าไป หรือเป็นการออกแบบเป็นลักษณะของกับดัก ตกลงมาทับรั้วไฟฟ้าแล้วซ้อตตาย อย่างนั้นถือว่าผิด

กินไฟ 30 W  ค่าไฟคราวๆ ประมาณ 40 บาทต่อเดือน  เท่ากับหลอดไฟ 1 หลอด

รั้วไฟฟ้า APT

APT (Adaptive Power Technology)

เป็นเทคโนโลยีการปรับค่าพลังงานอัตโนมัติ ทาง Nemtek เป็นผู้บุกเบิกคิดค้นและจดสิทธิบัตร  ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบค่าความต้านทาน เพื่อคำนวณค่าพลังงานที่จะจ่ายให้กับลวดตัวนำไฟฟ้า ว่าควรจ่ายพลังงานเท่าใด ให้รั้วไฟฟ้าสามารถยอมรับ และจัดการก่อนที่ะเริ่มต้นในการจ่ายพลังงานลดการสูญเสียพลังงานที่เกิดจากการ อาร์ค ทำให้รั้วไฟฟ้าทำงานราบเรียบที่แรงดันไฟฟ้าสูงๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง เช่น พืช ต้นไม้ สัมผัสแตะถูกลวดไฟฟ้า ระบบ APT จะทำการวิเคราะห์ และจัดการกับสภาพแวดล้อมอย่างมีประสิทธภาพ ปรับลด และเพิ่มปริมาณของพลังงานเองโดยอัตโนมัติ  ทำการแจังเตือนให้ทราบโดยไม่เกิดปัญหา Fault Alarm

เมื่อติดตั้งรั้วไฟฟ้าใกล้ชายฝั่งทะเล ระบบ APT ก็จะยังใช้งานได้ดี  เพราะเกลือจะส่งผลให้เกิดการสูญเสียพลังงานตามจุดเชื่อมต่อของลวดไฟฟ้า โดยตัวระบบจะทำการปรับเปลี่ยนเอาท์พุทพัลส์  เพื่อลดปริมาณพลังงานไปยังรั้วไฟฟ้าและลดการ อาร์ค ARC ของตัวเครื่อง Energizer ทำให้มั่นใจได้ว่ารั้วไฟฟ้าได้รับปริมาณของพลังงานที่เหมาะสม และจัดการกับพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน

ส่วนประกอบของรั้วไฟฟ้า

  1. เครื่องสร้างพลังงาน Energizer ถูกออกแบบมาให้สร้างและปล่อยคลื่นพลังงานไฟฟ้ากำลังต่ำ แต่แรงดันสูง ทำการปล่อยพลังงานเพียง 4.6 จูล พลังงานนี้จะเคลื่อนที่ไปยังลวดตัวนำไฟฟ้า ที่แรงดัน 9,000 โวลต์ พลังงานจะเคลื่อนที่ได้ไกลมากน้อยเพียงใดขึ้นอยุ่กับความต้านทานของลวดตัวนำแต่ละชนิด เช่น  ลวดตัวนำชนิด อลูมิเนียม สามารถให้พลังงานเคลื่อนที่ได้ไกลถึง 10 กม.  เครื่อง Energizer นี้ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าจาก IEC, สมอ., และมาตรฐานการผลิด CE
  1. เสารั้วไฟฟ้า
  1. เสาแบบ FLAT BAR
  • เป็นแบบปักตรง และแบบหักมุม
  • เจาะยึดด้านข้างของกำแพง
  • เหมาะสำหรับลวด 5 เส้น และ 6 เส้นเท่านั้น
  • ชุม Galvanize กันสนิมอย่างดี
  • ความสูงของเสาอยู่ที่ 70 ซม. และ 80 ซม.
  1. เสาแบบ Brackets Round Bar
  • เป็นเสาแบบกลม
  • เจาะรูปูนขนาด 10 มม. โดยการตี ปัก ยึดลงในปูน
  • เหมาะสำหรับลวด 5-6 เส้าเท่านั้น
  • ชุบ Galvanize กันสนิม
  • มีความสูง 60 ซม. และ 75 ซม.
  1. เสาแบบ T-Pole
  • เป็นการออกแบบเพื่อเจาะยึดบนกำแพงที่มีความหนามากๆ
  • ปิดพื้นที่ที่ไม่ให้ยืน หรือปีนบนกำแพงได้
  • เหมาะสำหรับการใช้งานกับลวด 6 เส้นเท่านั้น
  • ชุบ Galvanize กันสนิม
  • ความสูงของเสาอยู่ที่ 60 ซม.
  1. เสาแบบ Profile
  • เป็นการออกแบบเพื่อเจาะยึดบนกำแพงที่มีความหนามากๆ
  • เหมาะกับกำแพงที่มีความสูง 2 เมตรขึ้นไป ปิดพื้นที่ไม่ให้มีการยืน หรือปีนกำแพงเข้ามา ไม่เป็นที่สังเกตุแก่ผู้ที่พบเห็น
  • เหมาะสำหรับลวด 6 เส้น
  • ชุม Galvanize กันสนิม
  • ความสูง 10 ซม.
  1. เสาแบบ Square Tube
  • เป็นการออกแบบเสา แบบเหล็กกล่อง
  • เหมาะสำหรับลวด 6,8,10 และ 12 เส้น
  • มีการชุม Galvanize กันสนิม
  • ความสูงของเสาเริ่มที่ 60,80,100 และ 120 ซม.
  1. เสาแบบ Omega
  • เป็นการออกแบบใช้งานทนแรงดึงจากลวดจำนวนมากๆ
  • เหมาะสำหรับลวด 9-30 เส้น
  • ชุบ Galvanize กันสนิม
  • ความสูง 90,120, 150, 180, 210, 240, 300 ซม.
  1. ฉนวนไฟฟ้า Insulator Bobbin พลาสติก
  1. ฉนวนไฟฟ้า พลาสติก พอลิเทิลีน มีความหนาแน่นสูง มีเสถียนภาพ
  • ทนทานต่อแสงแดด และรังสี UV
  • ทนแรงดันไฟฟ้าได้สูงถึง 20,000 โวลต์
  • มีให้เลือกใช้หลายแบบตามความเหมาะสม
  1. ฉนวนไฟฟ้าแบบกระเบื้องเซรามิค Porcelain
  • ทนทานต่อการเผาที่อุณหภูมิ 1250 C
  • มีความแข็งแรงสูงมาก
  • ทนทานต่อแสงแดด และรังสี UV กันไฟไหม้
  • ทนแรงดันไฟฟ้าได้สูงถึง 30,000 โวลต์
  1. ลวดไฟฟ้า
  1. ลวดไฟฟ้าชนิด สแตนเลส 304 ขนาดของเส้นลวด 1.2 mm.
  • เหมาะสำหรับแนวรั้วความยาวไม่เกิน 700 เมตร ค่าความต้านทานสูง
  • สถานที่ในการติดตั้งต้องอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเล หรือเขตโรงงานเคมี 5-25 กม. ขึ้นไป
  • มีความแข็งแรงต่อการยืดตัวสูงไม่เป็นสนิม
  • อายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี
  1. ลวดไฟฟ้าชนิด สแตนเลส 316 ขนาดของเส้นลวด 1.2 mm.
  • เหมาะสำหรับรั้วความยาวไม่เกิน 700 เมตร ค่าความต้านทานสูง
  • สามารถติดตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล และเขตโรงงานอุตฯ เคมีได้
  • มีความแข็งแรงต่อการยืดตัวสูง ไม่เป็นสนิม ข้อเสียราคาสูง
  • อายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี
  1. ลวดไฟฟ้าชนิด อลูมิเนียมอัลลอยด์ ขนาดของเส้นลวด 1.6 mm.
  • เหมาะสำหรับรั้วความยาวไม่เกิน 2 กม. ค่าความต้านทานต่ำ
  • สามารถติดตั้งริมชายฝั่งทะเล และเขตโรงงานเคมี
  • มีความทานทานต่อการ ยึดตัวได้น้อย แต่ไม่เป็นสนิม
  • อายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี
  1. สปริง ตัวปรับตึง พลาสติก
  • สปริงดึงลวดไฟฟ้า เป็นแบบพลาสติก พอลิเอทิลีน มีความหนาแน่นสูง มีเสถียรภาพที่ดี
  • ทนแรงดังได้สูงถึง 8 กิโลกรัม
  • มีให้เลือกใช้งานหลายลักษณะ ตามความเหมาะสมของหน้างาน
  • ทนทานต่อแสงแดด และรังสี UV
  • ใช้เพื่อให้ลวดมีความยืดหยุ่นตัว
  • สปริงจะเป็นการยุบตัว ไม่ใช้การยืดตัว เพราะหากถ้ายืดมันจะค้าง แต่แบบนี้เป็นการยุบตัวแล้วดันกลับ เวลาติดตั้งเราต้องดึงก่อนแล้วขัดเอาไว้ เมื่อดึงลวดเสร็จแล้วก็ถอดออก ทำให้เราไม่ต้องปรับลวดอะไรมาก เราต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสม

ตัวอย่าง

สปริงพลาสติก เหมาะสำหรับดึงเส้นลวดที่มีความยาวไม่เกิน 50 เมตร  และตัวลวดต้องมีค่าการยืดตัวไม่มาก เช่นลวดสแตนเลสไม่ควรให้สปริงดึงจนสุดช่วว

แบบปรับตึง Mini Titan  เป็นตัวปรับความตึง ใช้สำหรับปรับเส้นลวดมีความยาวมาก ให้ตึงพอเหมาะ

โดยการหมุนเก็บลวด เมื่อเกิดการหย่อนตัว เช่นลวดชนิด อลูมิเนียม

โดยการใช้เหรียญในการปรับความตึง ใช้งานควบคู่กับสปริง

  1. หลอดย้ำลวดไฟฟ้า ferrules
  • มี 3 ขนาดให้ใช้งาน ตามแต่ขนาดของลวดที่เราเลือกใช้งาน 6,10, 16 มม.
  • ออกแบบและผลิตโดยเฉพาะงานรั้วไฟฟ้า
  • เลือกใช้หลอดย้ำชนิด Aluminium กับลวดและสายไฟชนิด Aluminium
  • เลือกใช้หลอดย้ำชนิด Stainless กับลวดและสายไฟชนิด Stainless
  • ใช้คีมย้ำที่เหมาะสม และออกแบบมาเฉพาะ ป้องกันการเสียหาย

หากซื้อที่ร้านไฟฟ้าทั่วไปส่วนมากตัวหลอดย้ำจะเป็นแบบชุบนิเกิล ซึ่งเป็นทองแดง หากนำมาใช้กับตัวลวดที่เป็น Aluminium หรือ Stainless  ทำให้เกิดปฎิกริยาออกซิเนชั่น ในการอาร์ค ทำให้ลวดที่เราทำการขึงเอาไว้เกิดการสึกกร่อน และขาดเสียหายได้ ทางผู้ติดตั้งก็อาจจะต้องเข้าไปทำการแก้ไขใหม่

  1. สายไฟฟ้าแรงดันสูง HV

ใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน เช่น ลวดไฟฟ้าชนิด อลูมิเนียม ต้องใช้สายไฟตัวนำที่เป็นอลูมิเนียม เพื่อป้องกันการเกิดสนิม โลหะ

เนื่องจากโลหะต่างชนิดกันจะทำปฎิกิริยาทางไฟฟ้า Oxidation เมื่อเกิดความชื้น  อย่าได้คิดว่าเราไปใช้สายไฟธรรมดาอะไรก็ได้นะครับ  เพราะสายต้องสามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้ที่ 9000 โวลส์ ดังนั้นสายไฟฟ้าต้องใช้ให้ถูกประเภทกับเส้นลวดที่เลือกด้วย

สายไฟรั้วไฟฟ้า
  1. สายกราวด์ หรือสายดิน

เลือกใช้สายกราวด์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับงาน ติดตั้งทุกๆ 50 เมตร

  1. แท่งกราวด์ปักดิน
  • ผลิตจากเหล็กแท่งตัน ชุมทองแดงยาว 1 เมตร
  • ใช้ปักตอกลงดินทุกๆ ระยะ 50 เมตร ตลอดแนวรั้วไฟฟ้าเพื่อให้ค่าความต้านทานทางไฟฟ้าพื้นดินบริเวณรอบๆ ต่ำ
  • ปักตอก ต้นแรกไม่ควรห่างเกินจากตู้ 10 เมตร
  • ใช้หางปลาไฟฟ้าบัดกรี ขันยึดน็อตให้แน่น
  • เทปูนปิดที่หัวน๊อตป้องกันการผุกร่อนหรือ คลายตัวของน๊อต

การทำงานต้องปักลงดินทุกๅ 50 ม. เพื่อทำให้พื้นดินในบริเวณนั้นมีความต้านทานต่ำ เนื่องจากบริเวณที่คนร้ายจับลวด กระแสไฟฟ้า 9000 โวลส์ มันจะไหลผ่านร่างกายของผู้ที่จับหรือสัมผัส แล้วมันก็จะวิ่งหากราวด์  หากเราปักกราวด์แค่แท่งเดียวใกล้ๆ ตู้ แล้วเกิดคนร้าย อยู่ห่างตู้เราไป 50 เมตร นั้นหมายความว่ากระแสไฟฟ้ามันจะผ่านร่างกายของเขา แล้วมันจะวิ่งมากอีก 50 เมตรที่ใกล้ๆ ตู้ เพื่อที่จะเจอกราวด์ต้นที่ปักเอาไว้ แต่หากเราทำการปักกราวด์เอาไว้เยอะๆ ห่างๆ กัน

หากตัวคนร้ายโดยรั้วไฟฟ้า ตัวไฟก็จะวิ่งผ่านร่างกายและวิ่งหากราวด์ใกล้ๆ ได้เลย  วิธีการก็คือเราต้องใช้ลวดที่เป็นกราวด์แท้ปและลงดิน ปักทุกๆ 50 เมตร ทำให้ซัพไฟฟ้าพื้นดินบริเวณนั้นเป็นศูนย์หรือใกล้เคียงศูนย์มากที่สุด  ห้ามใช้กราวด์รั้วไฟฟ้ารวมกับกราวด์ไฟอื่นๆ ในบ้าน เพราะหากเกิดกรณีที่ไฮโวลวิ่งลงกราวด์ มันจะมองไฟฟ้าบ้านเป็นแรงดันต่ำ 220 V มันก็จะวิ่งย้อน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเกิดการเสียหายได้ทันที ดังนั้นห้ามเอากราวด์รัวไฟฟ้าใช้ร่วมกับกราวด์ไฟบ้านโดยเด็ดขาด

  1. ตะขอเกี่ยวสปริง
  • ผลิตจากสแตนเลส เกรด 316 ปลอดสนิม
  • ใช้เกี่ยวยึดระหว่างลูกถ้วยฉนวน กับสปริง
  1. ป้ายเตือน
  • ติดตั้งทุกๆ 10 เมตร ตามกฎของ IEC
  • ผลิตจากพลาสติก พอลิเอทิลีน ทนความร้อน ไม่กรอบแตก
  • ทนต่อแสงแดด และรับสี UV
  • หากมีมุมไหนที่ไม่ถึง 10 เมตร ก็ต้องทำการแขวนป้ายเตือนเอาไว้

ในทางกฎหมายเราก็บอกได้ว่าเรามีป้ายเตือนคุณเอาไว้แล้ว  โดยการติดต้องติดไว้บริเวณริมเสาเท่านั้นห้ามติดตรงกลางระหว่างเสา เพราะอาจเกิดการแกว่งของแรงลมทำให้มีการกระทบกับลวดเส้นอื่น ทำให้เกิดเสียงแจ้งเตือนได้

  1. Earth Loop ห่วงกันกระสอบพาด
  • เมื่อติดตั้งใช้งานจะทำให้ค่าความต้านทานของลวดไฟลบต่ำ
  • ใช้เกี่ยวคล้องระหว่างลวดไฟลบ โดยไฟบวกวิ่งลอดรูกลาง
  • เมื่อมีน้ำหนักกดทับเส้นลวดที่เกี่ยวข้องจะทำให้เกิดเสียงเตือน ALARM
  • ใช้งานเพื่อแก้ไข กรณีที่ลวดไฟบวกไม่ครบ Loop
  • เป็นการป้องกันหากมีใครเอากระสอบ หรือบันได้มาพาดมันก็จะทำการกดทับกัน

13. Indicator ไฟ LED

แสดงการทำงานของรั้วไฟฟ้า วิธีการติดให้ติดเข้าหาบ้านเพื่อให้เจ้าของบ้านดูว่าอุปกรณ์กำลังทำงานอยู่

  1. ไซเรน

เมื่อรั้วไฟฟ้า ถูกคนร้ายรบกวน หรือทำการตัดลวด ระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงก็จะทำงาน พร้อมไฟกระพริบสลับไปมา

  1. Gate Contact

เป็นอุปกรณ์ถูกออกแบบเพื่อใช้งานตัดแยกวงจรส่วนของประตู ในขณะที่ประตูเปิด ระบบจะทำการตัดกระแสไฟฟ้าที่แผงประตูชั่วคราว เพื่อให้แนวรั้วด้านอื่นๆ ทำงานตามปรกติ และในขณะปิดประตู ระบบไฟฟ้าก็จะวิ่งไปยังแผงประตูเหมือนเดิมโดยผ่านตัว Gate Contact ที่เป็นโลหะควบคุมไฟ กรณีผู้ที่ใช้ประตูเปิดปิดแบบอัตโนมัต ตัวเครื่องที่ทำการเปิดปิดต้องมีความแรง เมื่อเวลาประตูดันมาปิด ตัว Gate Contact ต้องประกบกันให้สนิท

ประโยชน์ของการติดตั้งรั้วไฟฟ้า

  1. เป็นระบบป้องกันที่ผู้บุกรุกมองเห็นมีรูปร่างที่ปรากฎเสมื่อนเครื่องกีดขวางได้อย่างชัดเจน
  2. ปกป้องบ้านเรือนด้วยแรงซ็อต แบบผลัก
  3. ติดตั้งง่าย บนแนวรั้วหรือบนกำแพงที่มีอยู่
  4. มีระบบสัญญาณเตือนภัย รั้วไฟฟ้าจะสั่งให้สัญญาณเตือนการทำงาน เมื่อรั้วไฟฟ้าถูกก่อกวน
  5. ดูแลรักษาง่าย อายุการใช้งานยาวนานและปลอดภัย
  6. เป็นการรักษาความปลอดภัยที่มีความคุ้มค่า
  7. เป็นการทำงาน 24 ชม. ตรวจเช็คได้ตลอดเวลา
  8. ไม่ทำให้ใครเสียชีวิตได้ เพราะใช้ไฟ DC พลังงานที่ปล่อยออกมาแค่ 3-8 จูล