เลือกกล้องวงจรปิด
บทความ

เลือกกล้องวงจรปิด กับโพรโทคอล TCP/IP

Posted On พฤศจิกายน 27, 2018 at 6:24 am by / No Comments

เลือกกล้องวงจรปิด กับโพรโทคอล TCP/IP

เลือกกล้องวงจรปิด  โพรโทรคอลได้ถูกพัฒนามาก่อนแบบจำลอง    การกำหนดชั้นสื่อสารได้มีความแตกต่างกัน   ต้นฉบับของโพรโทคอลจะถูกกำหนดให้มี  4  ชั้น  คือ    ชั้นเข้าถึงเครือข่าย  ชั้นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต   ชั้นเคลื่อนย้ายข้อมูล   และชั้นประยุกต์งาน  ชั้นเข้าถึงเครือข่าย  อาจเรียกว่า  Host-to-network  layer   เป็นชั้นที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อข้อมูล     ส่วนชั้นอินเทอร์เน็ตทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางอาจจะผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อโดยใช้ไอพีในการพิจารณาเลือกเส้นทางการส่งข้อมูล   ชั้นเคลื่อนย้ายข้อมูล  ทำหน้าที่สร้างรูปแบบการเชื่อมต่อพร้อมทำการควบคุมการส่งให้อยู่ในมาตรฐานการส่งนั้น  ๆ  และชั้นที่  4   หรือชั้นประยุกต์งานเป็นชั้นของโปรแกรมที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล

 

เลือกกล้องวงจรปิด

ข้อมูลสัญญาณที่ใช้ในระบบสื่อสาร

โดยทั่วไปข้อมูลที่ใช้งานอยู่จะเป็นตัวอักษร  ตัวเลข  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  เสียง  จะไม่สามารถส่งผ่านช่องสัญญาณสื่อสารได้โดยตรง   เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลได้จะต้องทำการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  ที่เหมาะสมกับระบบสื่อสารนั้น  ๆ  เสียก่อน    และเมื่อสัญญาณเดินทางไปถึงผู้รับแล้วจะต้องทำการแปลงสัญญาณกลับไปเป็นข้อมูลดังเดิม

ข้อมูลแอนะล็อกและดิจิทัล

ข้อมูลที่สามารถอยู่ในรูปของแอนะล็อกและดิจิทัล    ข้อมูลแอนะล็อกเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีความต่อเนื่อง  ส่วนข้อมูลดิจิทัลเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีความไม่ต่อเนื่อง

สัญญาณแอนะล็อกและดิจิทัล

สัญญาณแอนะล็อกถูกแสดงแทนด้วยสัญญาณรูปคลื่นไซน์เป็นสัญญาณแบบต่อเนื่องและมักจะถูกสัญญาณรบกวนได้ง่ายทำให้ข้อมูลจากต้นฉบับเมื่อเดินทางไปถึงผู้รับทำให้ได้รับข้อผิดพลาดเมื่อต้องการส่งข้อมูลในระยะทางไกล  ๆ  จึงต้องใช้อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มกำลังให้สัญญาณเรียกว่า  “อุปกรณ์ขยายสัญญาณ” “ จึงจะทำให้สามารถส่งสัญญาณในระยะทางไกลได้

สัญญาณดิจิทัลมีลักษณะเป็นรูปคลื่นสี่เหลี่ยม   เป็นสัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง    สัญญาณดิจิทัลสามารถสร้างสัญญาณขึ้นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าสัญญาณแอนะล็อกและมีความทนทานต่อสัญญาณรบกวนได้มากกว่า และยังสามารถจำแนกระหว่างข้อมูลกับสัญญาณรบกวนได้ง่ายกว่าแบบแอนะล็อก     อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ทวนสัญญาณเดิมให้คงที่เหมือนต้นฉบับในการส่งข้อมูลแบบดิจิทัลเรียกว่า  “เครื่องทวนสัญญาณ”

สัญญาณเป็นคาบและสัญญาณไม่เป็นคาบ

สัญญาณมีลักษณะที่ซ้ำกันหรือเหมือนกันทุกเวลาหรือไม่   สามารถแบ่งลักษณะของสัญญาณได้เป็น   2  ประเภท  คือ    สัญญาณเป็นคาบมีลักษณะรูปแบบของสัญญาณซ้ำรูปแบบเดิมทุกคาบเวลา   และสัญญาณไม่เป็นคาบมีการเปลี่ยนแปลงระดับของแอมพลิจูดได้ไม่ต้องมีรูปแบบที่แน่นอน      คาบเวลาคือเวลาที่คลื่นเกิดการเปลี่ยนแปลงจากจุดเริ่มต้น    เป็นได้ทั้งสัญญาณเป็นคาบและสัญญาณไม่เป็นคาบ   โดยทั่วไปการสื่อสารข้อมูลนั้น  สัญญาณแอนะล็อกมักจะหมายถึงสัญญาณคาบ  ส่วนสัญญาณดิจิทัลจะหมายถึงสัญญาณไม่เป็นคาบ

สัญญาณแอนะล็อก 

  • พารามิเตอร์ที่สำคัญ สัญญาณแอนะล็อกสัญญาณที่มีลักษณะเป็นคลื่นขึ้นลงสลับกัน   นิยมนำมาใช้แทนสัญญาณแอนะล็อกคือคลื่นรูปไซน์
  • การแสดงสัญญาณในโดเมนเวลาและโดเมนความถี่ สามารถแสดงสัญญาณรูปคลื่นไซน์ได้  2  รูปแบบคือ  โดเมนเวลา  และโดเมนความถี่  เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สัญญาณแอนะล็อกในมุมมองที่แตกต่างกันได้     โดเมนเวลาสามารถแสดงถึงค่าของแอมพลิจูด    คาบเวลา  และเฟสของสัญญาณได้  ส่วนโดเมนความถี่เป็นโดเมนที่แสดงค่าของแอมพลิจูด  และความถี่ของสัญญาณ
  • สัญญาณประสม สัญญาณที่มีเพียงรูปแบบเดียวที่แสดงว่าทั้งแอมพลิจูด  ความถี่  และเฟส  จะมีค่าเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไม่สามารถบรรจุปริมาณข่าวสารได้เพียงพอต่อการสื่อสารข้อมูล  ต้องมีการผสมวิสัญญาณหลาย  ๆ  แบบเข้าด้วยกันแล้วได้เป็นคลื่นรูปแบบใหม่ขึ้นมา  เรียกว่า  “สัญญาณประสม”
  • การวิเคราะห์แบบฟูเรียร์ สัญญาณประสมในความเป็นจริงแล้วเกิดจากการรวมกันของสัญญาณคลื่นไซน์ ที่มีความถี่ของแอมพลิจูด  และเฟสต่างกัน  การวิเคราะห์ฟูเรียร์เพื่อหาสัญญาณไซน์อย่างง่ายหลาย  ๆ  สัญญาณที่ประกอบขึ้นเป็นสัญญาณประสม
  • แบนด์วิดท์ ความกว้างของแถบความถี่  หมายถึงช่วงความถี่ที่สามารถยอมให้ผ่านไปได้ของสื่อชนิดต่าง  ๆ    คำนวณได้จากผลต่างระหว่างความถี่สูงสุดและต่ำสุด   ค่าความถี่สูงสุดและค่าความถี่ต่ำสุดตามลำดับ มีหน่วยเป็นเฮริดซ์    การที่สัญญาณสามารถส่งผ่านไปได้นั้นจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า  “พลังงานของสัญญาณนั้น  ๆ  จะต้องสูญเสียไม่เกินครึ่งหนึ่งของพลังงานทั้งหมด”     แบนด์วิดท์เป็นสัญญาณประสมสองสัญญาณ  คือสัญญาณเป็นคาบและสัญญาณไม่เป็นคาบ   แบนด์วิดท์ของสัญญาณที่เป็นคาบจะบรรจุความถี่ทั้งหมดที่เป็นจำนวนเต็มและสัญญาณไม่เป็นคาบแต่จะมีความถี่ที่ต่อเนื่อง

สัญญาณดิจิทัล

สำหรับใช้นำเสนอข้อมูลข่าวสารเหมือนกับสัญญาณแอนะล็อก    สัญญาณดิจิทัลในระบบสื่อสารจัดเป็นสัญญาณไม่เป็นคาบ   จึงไม่สามารถนำมาวิเคราะห์โดยใช้ความถี่และคาบเวลาเหมือนกับแอนะล็อกได้  แต่จะต้องใช้เวลาที่ต้องใช้ในการส่งข้อมูลและอัตราการส่งข้อมูล    สัญญาณดิจิทัล   คือ  สัญญาณประสมที่เกิดจากสัญญาณแอนะล็อกที่มีหลายความถี่ฮาร์มอนิกมารวมกัน  ด้วยเหตุนี้แบนด์วิทด์ของสัญญาณดิจิทัลจึงมีแบนด์วิดท์ที่ไม่จำกัด     การส่งสัญญาณดิจิทัลผ่านตัวกลาง  หากตัวกลางมีแบนด์วิดท์กว้างเพียงพอจะสามารถส่งสัญญาณได้โดยไม่เกิดความผิดเพี้ยน    ส่วนในกรณีที่ตัวกลางมีแบนด์วิดท์ที่จำกัดอาจจะสามารถส่งได้ก็ต่อเมื่อแบนด์วิดท์นั้นสัมพันธ์กับอัตราการส่งข้อมูล

อัตราการส่งข้อมูลในช่องสื่อสาร

ความเร็วจะมากหรือน้อยในการส่งข้อมูลผ่านช่องสัญญาณสื่อสารนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ  เช่น  จำนวนระดับสัญญาณ  แบนด์วิดท์  รวมถึงคุณภาพของช่องสัญญาณ  ในการคำนวณอัตราการส่งบิตข้อมูลแยกเป็น  2  อย่างคือ   ช่องสัญญาณที่ไม่มีสัญญาณรบกวน  และช่องสัญญาณที่มีสัญญาณรบกวน

  • ช่องสัญญาณไม่มีสัญญาณรบกวน ช่องสื่อสารที่ไม่มีสัญญาณรบกวนในการคำนวณอัตราการส่งบิตข้อมูล    เป็นอัตราเร็วสูงสุดของการส่งข้อมูล    ในทางทฤษฏีกับในทางปฏิบัติยังคงมีข้อจำกัดอยู่  หากเราเพิ่มจำนวนระดับของสัญญาณในการส่งข้อมูลให้มากขึ้นจะทำให้ภาครับต้องแยกแยะสัญญาณที่มีความแตกต่างกันซึ่งทำได้ยาก  จึงต้องใช้วิธีเพิ่มระดับของสัญญาณอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของระบบลดลง
  • ช่องสัญญาณที่มีสัญญาณรบกวน ช่องสัญญาณสื่อสารโดยทั่วไปมักจะมีสัญญาณรบกวนเสมอ   ได้มีการนำเอาสูตรที่เรียกว่า  “ความจุของแชนนอน”  มาคำนวณหาอัตราการส่งบิตข้อมูลสูงสุดภายใต้ช่องสื่อสารที่มีสัญญาณรบกวน

 

Related link :  กล้องวงจรปิดความละเอียดสูงเพื่อใช้ในงานระบบอินเตอร์เน็ต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *