มาตรฐานกล้องวงจรปิด ที่ควรรู้

มาตฐานกล้องวงจรปิด

มาตรฐานกล้องวงจรปิด (CCTV) ประกอบด้วยหลายส่วนที่ต้องพิจารณาเพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังที่ดี มาตรฐานเหล่านี้รวมถึง

1. ความละเอียดของภาพ (Resolution)  กำหนดคุณภาพของภาพที่กล้องบันทึกได้ มีหลายระดับ เช่น HD (720p), Full HD (1080p), 4K ซึ่งมาตรฐานที่สูงขึ้นจะให้ภาพที่คมชัดกว่า

2. อัตราเฟรม (Frame Rate)  คือ จำนวนภาพนิ่งที่บันทึกในหนึ่งวินาที ปกติจะวัดเป็นเฟรมต่อวินาที (fps) มาตรฐานทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 25-30 fps

3. เทคโนโลยีการบีบอัด (Compression Technology)  เช่น H.264, H.265 ซึ่งช่วยลดขนาดไฟล์โดยไม่ลดคุณภาพของภาพหรือวิดีโอ

4. การรับแสงและเลนส์ (Light Sensitivity and Lens)  ความสามารถในการบันทึกภาพในสภาพแสงที่ต่ำ และคุณภาพของเลนส์ที่ใช้

5. ระยะมองเห็นในที่มืด (Night Vision)  กล้องบางรุ่นมีคุณสมบัติพิเศษสำหรับการบันทึกในที่มืดโดยใช้เทคโนโลยีอินฟราเรด

6. ฟังก์ชันการประมวลผลภาพ (Image Processing Functions)  เช่น การตรวจจับการเคลื่อนไหว, การจดจำใบหน้า

7. ความเสถียรของสัญญาณ (Signal Stability)  สำคัญเพื่อให้การถ่ายทอดสัญญาณวิดีโอไม่มีการขัดจังหวะ

8. ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security)  การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต

9. สภาพแวดล้อมในการติดตั้ง (Environmental Conditions)  กล้องสำหรับภายนอกต้องทนต่อสภาพอากาศและการเสื่อมสภาพได้ดี

การเลือกกล้องวงจรปิดควรคำนฑณเรื่องคุณสมบัติเหล่านี้และความต้องการของสถานที่ติดตั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานของคุณ

 

สอบถามข้อมูล  สั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา

Line: @cctvbangkok.com
ติดต่อทางเมลส์
ติดต่อเฟสบุค
ติดต่อยูทูป

HOT LINE : 081-700-4715, 02-888-3507-8, 081-721-5542

 

สัญลักษณ์ที่ใช้เพื่อแสดงถึงมาตรฐานของกล้องวงจรปิด (CCTV) มักจะเป็นเครื่องหมายหรือไอคอนที่บ่งบอกคุณสมบัติต่างๆ ของกล้อง สัญลักษณ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้งานและผู้ซื้อเข้าใจคุณสมบัติที่สำคัญของกล้องโดยไม่ต้องอ่านรายละเอียดทางเทคนิคยาวๆ ตัวอย่างสัญญาลักษณ์ทั่วไปได้แก่

1. ONVIF (Open Network Video Interface Forum)

ONVIF (Open Network Video Interface Forum) เป็นมาตรฐานโอเพ่นซอร์สสำหรับการสื่อสารระหว่างผลิตภัณฑ์วิดีโอเฝ้าระวัง IP แต่ไม่ได้แบ่งย่อยออกเป็นประเภทตามตัวมาตรฐานเอง

แต่มีหลาย “โปรไฟล์” ภายใต้ ONVIF ที่แต่ละโปรไฟล์มีจุดประสงค์และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จากผู้ผลิตต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้ โปรไฟล์เหล่านี้ ได้แก่:

1. โปรไฟล์ S (Profile S)  สำหรับการสตรีมมิ่งวิดีโอพื้นฐาน
2. โปรไฟล์ G (Profile G)  สำหรับการบันทึกและการค้นหาข้อมูลบันทึก
3. โปรไฟล์ C (Profile C)  สำหรับระบบควบคุมการเข้าถึงแบบทางกายภาพ
4. โปรไฟล์ Q (Profile Q)  สำหรับการตั้งค่าที่ง่ายและรวดเร็ว
5. โปรไฟล์ A (Profile A)  สำหรับการควบคุมการเข้าถึงเพิ่มเติม
6. โปรไฟล์ T (Profile T)  สำหรับการสตรีมมิ่งวิดีโอขั้นสูง
แต่ละโปรไฟล์มีคุณสมบัติและความสามารถที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในแง่ของคุณภาพภาพ การบันทึก การควบคุมการเข้าถึง และอื่นๆ.

 

ONVIF

 

2. IEC (International Electrotechnical Commission)

IEC (International Electrotechnical Commission) เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่กำหนดมาตรฐานสำหรับเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่มีการแบ่งประเภทของมาตรฐานที่เฉพาะเจาะจงสำหรับกล้องวงจรปิด

แต่มีมาตรฐานหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์วิดีโอเฝ้าระวัง การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างของมาตรฐาน IEC ที่อาจเกี่ยวข้องกับกล้องวงจรปิด:

1. IEC 62676: มาตรฐานสำหรับระบบกล้องวงจรปิด กำหนดข้อกำหนดทางเทคนิคและคุณภาพของภาพ

IEC 62676 เป็นชุดของมาตรฐานที่กำหนดโดย International Electrotechnical Commission (IEC) สำหรับระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP หรือระบบวิดีโอเฝ้าระวัง มาตรฐานนี้ถูกออกแบบมา

เพื่อให้เข้ากันได้กับระบบกล้องวงจรปิดในสภาพแวดล้อมต่างๆ และเพื่อรับประกันคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบ เช่น คุณภาพภาพวิดีโอ การบันทึก และการแจ้งเตือน

IEC 62676 แบ่งออกเป็นหลายส่วน แต่ละส่วนมุ่งเน้นด้านต่างๆ ของระบบกล้องวงจรปิด:

IEC 62676-1: กำหนดข้อกำหนดทั่วไปและคำจำกัดความ
IEC 62676-2: กล่าวถึงข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพของวิดีโอ
IEC 62676-3: ครอบคลุมการส่งข้อมูลวิดีโอและการบันทึก
IEC 62676-4: เกี่ยวข้องกับการทดสอบระบบและการประเมินประสิทธิภาพ

การทราบและเข้าใจมาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้คุณเลือกและใช้งานกล้องวงจรปิดได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามมาตรฐานสากล.

 

สอบถามข้อมูล  สั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา

Line: @cctvbangkok.com
ติดต่อทางเมลส์
ติดต่อเฟสบุค
ติดต่อยูทูป

HOT LINE : 081-700-4715, 02-888-3507-8, 081-721-5542

 

2. IEC 60529: มาตรฐานสำหรับการป้องกันการเข้าของฝุ่นและน้ำ (IP Rating) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความทนทานของกล้องต่อสภาพแวดล้อม

IEC 60529 เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย International Electrotechnical Commission (IEC) และครอบคลุมเรื่องของ “Degrees of Protection Provided by Enclosures”

หรือระดับของการป้องกันที่มอบให้โดยเคสหรือตัวหุ้มของอุปกรณ์ไฟฟ้า มาตรฐานนี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงสำหรับกล้องวงจรปิด แต่ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมถึงกล้องวงจรปิดเพื่อกำหนดระดับการป้องกันต่อฝุ่นและน้ำ

IEC 60529 แบ่งระดับการป้องกันเป็น “IP Ratings” (Ingress Protection) ซึ่งประกอบด้วยสองหลัก:

1. หลักแรก: บ่งบอกถึงระดับการป้องกันต่อการเข้าของวัตถุและฝุ่น (ระดับ 0-6)
2. หลักที่สอง: บ่งบอกถึงระดับการป้องกันต่อน้ำ (ระดับ 0-8)

ตัวอย่างเช่น, IP rating ที่เป็น “IP67” หมายความว่าอุปกรณ์นั้นมีการป้องกันการเข้าของฝุ่นและสามารถทนต่อการจมน้ำชั่วคราวได้ การเลือกกล้องวงจรปิดที่มี IP rating ที่เหมาะสมจะช่วยให้มั่นใจได้ว่ากล้องจะทำงานได้อย่างเหมาะสมในสภาพแวดล้อมที่ตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในร่มหรือกลางแจ้ง.

IEC ไม่ได้จำกัดเฉพาะกล้องวงจรปิด แต่มาตรฐานที่กำหนดขึ้นมีผลต่อคุณภาพและการปฏิบัติของกล้อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่คุณเลือกมีการรับรองตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ.

 

IEC

 

3. ISO (International Organization for Standardization)

ISO/IEC 27001 คือมาตรฐานระดับนานาชาติสำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยข้อมูล (Information Security Management System, ISMS) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความลับ

ความสมบูรณ์ และความพร้อมใช้งานของข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น มาตรฐานนี้ไม่ได้ควบคุมกล้องวงจรปิดโดยตรง แต่ส่งผลต่อวิธีการที่องค์กรจัดการและปกป้องข้อมูลที่ได้รับจากกล้องวงจรปิดและแหล่งข้อมูลอื่นๆ

ในบริบทของกล้องวงจรปิด, ISO/IEC 27001 มีผลดังนี้:

1. การป้องกันข้อมูล  ระบุวิธีการที่องค์กรควรใช้ในการปกป้องข้อมูลที่บันทึกโดยกล้องวงจรปิด เช่น การเข้ารหัสการส่งข้อมูล และการจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย

2. การจัดการการเข้าถึง  กำหนดให้มีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่บันทึก โดยใช้ระบบสิทธิ์การเข้าถึงที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. การตรวจสอบและการบันทึกประวัติการใช้งาน  ให้แนวทางในการตรวจสอบและบันทึกการเข้าถึงข้อมูล เพื่อสามารถติดตามและตรวจสอบการใช้งานข้อมูลในกรณีที่จำเป็น

การปฏิบัติตาม ISO/IEC 27001 จึงช่วยให้องค์กรสามารถจัดการและปกป้องข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการรักษาความปลอดภัยโดยรวม.

 

ISO

 

4. UL (Underwriters Laboratories)

UL (Underwriters Laboratories) เป็นองค์กรที่ทำการทดสอบและรับรองความปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงกล้องวงจรปิด ทว่า UL ไม่ได้แบ่งประเภทของการรับรองโดยตรงสำหรับกล้องวงจรปิด

แต่จะมีการทดสอบและรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เฉพาะเจาะจงตามประเภทของอุปกรณ์หรือตามมาตรฐานการออกแบบ

การรับรองของ UL ครอบคลุมหลายด้าน เช่น ความปลอดภัยของไฟฟ้า, ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม, และความปลอดภัยในการใช้งาน การได้รับการรับรองจาก UL สำหรับกล้องวงจรปิดหมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการทดสอบและพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด

ไม่มีระยะเวลาการบังคับใช้ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการรับรองของ UL สำหรับกล้องวงจรปิด แต่บริษัทผู้ผลิตมักจะได้รับการรับรองนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการพัฒนาและการผลิต และจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสถานะการรับรอง.

 

UL

 

5. CE (Conformité Européenne)

CE (Conformité Européenne) ไม่ได้เป็นมาตรฐานที่แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ สำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ แต่เป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปในด้านความปลอดภัย, สุขภาพ, และการป้องกันสิ่งแวดล้อม

การติดเครื่องหมาย CE บนกล้องวงจรปิดหมายความว่า

1. กล้องได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของสหภาพยุโรป
2. ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยในการใช้งาน
3. ผลิตภัณฑ์ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ
4. ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์ที่ติดเครื่องหมาย CE จะสามารถจำหน่ายได้ในตลาดของสหภาพยุโรปโดยไม่ต้องผ่านการทดสอบหรือการรับรองเพิ่มเติมในแต่ละประเทศสมาชิก นี่เป็นการยืนยันว่ากล้องวงจรปิดได้ผ่านการประเมินคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสหภาพยุโรป.

 

CE

 

6. RoHS (Restriction of Hazardous Substances)

RoHS (Restriction of Hazardous Substances) เป็นกฎหมายของสหภาพยุโรปที่จำกัดการใช้สารอันตรายบางประเภทในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกล้องวงจรปิด โดยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องสุขภาพผู้ใช้งานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

RoHS ไม่ได้แบ่งประเภทการควบคุมสำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ แต่กำหนดข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับการใช้สารอันตรายบางอย่างในผลิตภัณฑ์ทั้งหมด สารที่ถูกจำกัด ได้แก่:

1. ตะกั่ว (Lead)
2. ปรอท (Mercury)
3. แคดเมียม (Cadmium)
4. หก-วาลูทิโนม (Hexavalent chromium)
5. พอลีไบรอมิเนตด์ไบฟีนีล (PBB)
6. พอลีไบรอมิเนตด์ไดเฟนิลอีเธอร์ (PBDE)

การปฏิบัติตามมาตรฐาน RoHS หมายความว่ากล้องวงจรปิดจะต้องผลิตโดยไม่ใช้สารเหล่านี้หรือจำกัดให้อยู่ภายใต้ระดับที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.

 

RoHS

 

7. IP Rating (Ingress Protection)

อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพหรือทำงานผิดปกติเมื่อมีน้ำหรือฝุ่นเข้าไปในอุปกรณ์ IEC ได้พัฒนาระดับการป้องกันน้ำเข้า (IP) ซึ่งจัดระดับความต้านทานของตัวเครื่องต่อการบุกรุกของฝุ่นหรือของเหลว การจัดอันดับนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจในคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนซึ่งรวมถึงความสามารถในการทนทานต่อของเหลวและฝุ่น อย่างไรก็ตาม การประเมินความหมายของคำต่างๆ เช่น กันน้ำหรือกันน้ำอาจเป็นเรื่องยาก เมื่อนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

IEC 60529 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อจัดอันดับและให้คะแนนความต้านทานของเปลือกหุ้มของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่อการบุกรุกของฝุ่นและของเหลว นอกจากนี้ยังให้คะแนนความง่ายในการเข้าถึงชิ้นส่วนที่อาจเป็นอันตรายภายในตู้ด้วย

มาตรฐานที่จัดทำโดย คณะกรรมการด้านเทคนิคของ IEC 70ใช้รหัส IP เพื่อจัดอันดับระดับการป้องกันที่นำเสนอโดยกล่องหุ้มอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 72.5 kV มาตรฐานยังกำหนดการทดสอบที่จะดำเนินการเพื่อตรวจสอบว่ากล่องหุ้มตรงตามข้อกำหนดเหล่านี้

รหัส IP ประกอบด้วยตัวเลขสองตัว

ตัวเลขตัวแรกหมายถึงการป้องกันวัตถุแข็ง และให้คะแนนตั้งแต่ 0 (ไม่มีการป้องกัน) ถึง 6 (ไม่มีฝุ่นเข้า)
ตัวเลขตัวที่สองจะให้คะแนนการป้องกันของตู้จากของเหลว และใช้มาตราส่วนตั้งแต่ 0 (ไม่มีการป้องกัน) ถึง 9 (น้ำร้อนแรงดันสูงจากมุมที่ต่างกัน)

IP Rating (Ingress Protection) เป็นมาตรฐานที่ใช้เพื่อบ่งบอกระดับการป้องกันของอุปกรณ์ต่อการเข้าของฝุ่นและน้ำ ไม่ได้มีประเภทที่เฉพาะเจาะจงสำหรับกล้องวงจรปิด แต่มีระดับต่างๆ ที่บ่งบอกถึงระดับการป้องกัน

ตัวอย่าง 

IP65: ป้องกันฝุ่นเข้าสู่อุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์และป้องกันน้ำจากการฉีดพ่น
IP67: ป้องกันฝุ่นและสามารถทนการจมน้ำชั่วคราวได้
การเลือกกล้องวงจรปิดที่มี IP Rating ที่เหมาะสมมีความสำคัญ โดยเฉพาะถ้าต้องการติดตั้งกล้องในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือสัมผัสน้ำได้ เช่น กล้องที่ติดตั้งภายนอกอาคาร.

 

IP Rating

 

8. FCC (Federal Communications Commission)

FCC (Federal Communications Commission) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ควบคุมการกระจายสัญญาณวิทยุ, โทรทัศน์, โทรคมนาคม, และการสื่อสารดาวเทียม รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานภายในเขตอาณาเขตของสหรัฐฯ เช่น กล้องวงจรปิด

FCC กำหนดมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการรบกวนคลื่นวิทยุและการสื่อสารอื่นๆ แต่ไม่ได้แบ่งประเภทมาตรฐานเฉพาะสำหรับกล้องวงจรปิด แต่เน้นที่การกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยรังสีที่ไม่ต้องการ (Unintentional Radiation) ซึ่งอาจมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

การให้การรับรองจาก FCC แสดงว่าอุปกรณ์ดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการปล่อยสัญญาณที่ไม่รบกวนการสื่อสารหรือคลื่นอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกล้องวงจรปิดที่ใช้เทคโนโลยีไร้สายหรือเชื่อมต่อเครือข่าย.

 

FCC

 

9. NDAA (National Defense Authorization Act)

NDAA (National Defense Authorization Act) ไม่ได้แบ่งเป็นประเภทที่ใช้ควบคุมกล้องวงจรปิด แต่เป็นกฎหมายของสหรัฐอเมริกาที่มีผลกระทบต่อการจัดซื้อและใช้งานอุปกรณ์ความปลอดภัยในหน่วยงานของรัฐบาล

โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับบางบริษัทจีนที่ถูกจัดอยู่ในรายชื่อที่ถูกห้าม ซึ่งรวมถึงบริษัทผู้ผลิตกล้องวงจรปิดด้วย

ตาม NDAA, มีการห้ามหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ จัดซื้อหรือใช้งานกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ผลิตโดยบริษัทจีนบางแห่ง เช่น Hikvision และ Dahua เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล

กล้องวงจรปิดที่สอดคล้องกับ NDAA จึงเป็นกล้องที่ไม่ผลิตโดยบริษัทที่อยู่ในรายชื่อห้ามของ NDAA หลายบริษัทในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ได้พัฒนาและผลิตกล้องที่สอดคล้องกับมาตรฐาน NDAA

เพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ และบริษัทที่ต้องการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ ยกตัวอย่างเช่น Axis Communications, Panasonic, Sony และอื่นๆ ได้ผลิตกล้องที่ปฏิบัติตาม NDAA.

 

NDAA

 

สอบถามข้อมูล  สั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา

Line: @cctvbangkok.com
ติดต่อทางเมลส์
ติดต่อเฟสบุค
ติดต่อยูทูป

HOT LINE : 081-700-4715, 02-888-3507-8, 081-721-5542

 

มาตรฐานกล้องวงจรปิด กับคำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ความละเอียดของกล้องวงจรปิดควรเป็นเท่าไหร่?

คำถามนี้เกี่ยวข้องกับขนาดของภาพที่กล้องบันทึกได้ เช่น 1080p หรือ 4K ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของผู้ใช้งาน

2. อัตราเฟรมต่อวินาที (FPS) ที่เหมาะสมสำหรับกล้องวงจรปิดคือเท่าไหร่?

ต้องการอัตราเฟรมที่เพียงพอเพื่อบันทึกภาพที่ไหลลื่นโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 25-30 fps

3. เทคโนโลยีการบีบอัดวิดีโอที่ใช้ในกล้องวงจรปิดคืออะไร?

คำถามนี้สำคัญเพื่อเข้าใจว่าข้อมูลวิดีโอจะถูกบีบอัดอย่างไรเพื่อลดขนาดไฟล์ เทคโนโลยีทั่วไป ได้แก่ H.264 หรือ H.265

4. กล้องวงจรปิดสามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดได้อย่างไร?

อธิบายเกี่ยวกับคุณสมบัติของกล้องที่สามารถบันทึกภาพในสภาวะแสงน้อย อาทิเช่น การใช้เซนเซอร์อินฟราเรด

5. กล้องวงจรปิดมีความต้านทานต่อสภาพอากาศอย่างไร?

สำคัญสำหรับกล้องที่ติดตั้งภายนอก คำถามนี้สำรวจว่ากล้องทนทานต่อสภาพอากาศหลากหลายได้หรือไม่

6. กล้องวงจรปิดมีฟังก์ชันการป้องกันการแฮ็กข้อมูลหรือไม่?

สำรวจว่ากล้องมีระบบความปลอดภัยหรือการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

7. การติดตั้งกล้องวงจรปิดต้องพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง?

สำรวจปัจจัยต่างๆ เช่น ตำแหน่งการติดตั้ง, การเชื่อมต่อไฟฟ้า, และการเชื่อมต่อเครือข่าย

8. กล้องวงจรปิดสามารถเชื่อมต่อไร้สายได้หรือไม่?

คำถามเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีไร้สายในกล้องเพื่อความสะดวกในการติดตั้งและการเชื่อมต่อ

9. ซอฟต์แวร์เพื่อการตรวจสอบและการจัดการกล้องวงจรปิดมีความสำคัญอย่างไร?

พิจารณาถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ดูแลและบริหารจัดการกล้องและวิดีโอที่บันทึกได้

10. อะไหล่หรือการบำรุงรักษากล้องวงจรปิดมีความสำคัญอย่างไร?

สำรวจเกี่ยวกับความจำเป็นในการบำรุงรักษาและอะไหล่สำหรับกล้องเพื่อให้มั่นใจว่าทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

 

สอบถามข้อมูล  สั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา

Line: @cctvbangkok.com
ติดต่อทางเมลส์
ติดต่อเฟสบุค
ติดต่อยูทูป

HOT LINE : 081-700-4715, 02-888-3507-8, 081-721-5542